สถานะ : ปิดรับฟังความคิดเห็น รายงานผลการรับฟังความคิดเห็น รอคำรับรองจากนายกรัฐมนตรี
ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ประเภทร่าง เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นร่างการเงิน
เสนอโดย นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ
ข้อมูลประกอบการพิจารณา

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539 ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งรักษาความมั่นคงของเงินสำรองของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิและเงินลงทุนของสมาชิก และเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการในการหาผลตอบแทนที่เหมาะสมภายใต้ความเสี่ยงที่รัฐกำหนด สมควรให้นำเงินของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการที่อยู่ในบัญชีเงินสำรองมาลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงได้และปรับสัดส่วนงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่รัฐต้องนำเข้าบัญชีเงินสำรอง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
    ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539 ดังต่อไปนี้
    1. แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการให้นำเงินกองทุนที่อยู่ในบัญชีเงินสำรองมาลงทุนและการอ้างอิงบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 67/1 และมาตรา 70)
    2. แก้ไขเพิ่มเติมสัดส่วนงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่รัฐต้องนำเข้าบัญชีเงินสำรองและการบริหารจัดการกรณีเงินสำรอง เงินกองกลาง และดอกผลของเงินดังกล่าว มีจำนวนเกิน 3 เท่าของงบประมาณรายจ่ายบำเหน็จบำนาญข้าราชการประจำปี (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 72 วรรคหนึ่ง)

ตารางเปรียบเทียบ ดาวน์โหลดเอกสารประกอบ

ผู้ที่เกี่ยวข้อง

1. ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง 
    1) กรมบัญชีกลาง
    2) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ   
 
2. ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยอ้อม 
     1) สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
     2) สมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย
     3) ข้าราชการซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

3. ผู้ที่เกี่ยวข้องทั่วไป 
ประชาชน 
 

ประเด็นเพื่อรับฟังความคิดเห็น

1.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการให้นำเงินกองทุนที่อยู่ในบัญชีเงินสำรองมาลงทุนและการอ้างอิงบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (ร่างมาตรา 3 และร่างมาตรา 4)
2.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับแก้ไขเพิ่มเติมสัดส่วนงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่รัฐต้องนำเข้าบัญชีเงินสำรองและการบริหารจัดการกรณีเงินสำรอง เงินกองกลาง และดอกผลของเงินดังกล่าว มีจำนวนเกินสามเท่าของงบประมาณรายจ่ายบำเหน็จบำนาญข้าราชการประจำปี (ร่างมาตรา 5)
3.ท่านเห็นว่าในปัจจุบันพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539 มีข้อจำกัดในเรื่องของการนำเงินของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการที่อยู่ในบัญชีเงินสำรองมาลงทุนในหลักทรัพย์หรือไม่ อย่างไร และการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โดยการให้นำเงินของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการที่อยู่ในบัญชีเงินสำรองมาลงทุนในหลักทรัพย์ ตลอดจนการปรับสัดส่วนงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่รัฐต้องนำเข้าบัญชีเงินสำรองจากร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 5 ของข้าราชการประจำปีเข้าบัญชี
เงินสำรองทุกปีจนกว่าเงินสำรอง เงินกองกลาง และดอกผลของเงินดังกล่าวจะมีจำนวนสามเท่าของงบประมาณรายจ่ายบำเหน็จบำนาญของข้าราชการประจำปี จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้หรือไม่ เพียงใด
4.ข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอื่น ๆ (ถ้ามี)