สถานะ : เปิดรับฟังความคิดเห็น
ร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล พ.ศ. ....
ประเภทร่าง เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่เป็นร่างการเงิน
เสนอโดย นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ
ข้อมูลประกอบการพิจารณา

โดยที่การประกอบกิจการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเป็นการประกอบกิจการที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามาก เกิดความร้อนสูง และต้องใช้น้ำอันเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดเป็นปริมาณมากในการทำความเย็นนอกจากความร้อนแล้ว การทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ยังก่อให้เกิดผลกระทบด้านเสียงและด้านอื่นต่อชุมชนและสุขภาพของประชาชนด้วย สมควรกำกับการประกอบกิจการดังกล่าวอย่างเหมาะสมเพื่อมิให้กระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ มีการใช้ทรัพยากรน้ำโดยไม่กระทบต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชน การเกษตร และการใช้สำหรับอุตสาหกรรมอื่น และไม่ส่งผลกระทบด้านเสียงและด้านอื่นอันเป็นการรบกวนความเป็นอยู่โดยปกติสุขของชุมชนและต่อสุขภาพของประชาชน นอกจากนี้ กิจการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) บริการคลาวด์ (Cloud Service) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (Digital Platform) มีการเก็บ ส่ง ฝาก วาง โอน หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคนไทย บริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในประเทศไทย ตลอดจนข้อมูลข่าวสารของราชการ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ ไปเก็บหรือประมวลผลในต่างประเทศด้วย ซึ่งไม่เป็นผลดีต่ออธิปไตยด้านข้อมูลของชาติ อีกทั้งการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลยังไม่มีกฎหมายกำกับดูแล มีการเก็บค่าใช้บริการที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการ ไม่มีมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค มีการใช้เป็นเครื่องมือเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร คุกคาม การพนัน และการก่ออาชญากรรมออนไลน์ สมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอย่างครอบคลุม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
        ทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล พ.ศ. .... 
แบ่งออกเป็น 6 หมวด จำนวน 36 มาตรา มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้
1. หมวด 1 บททั่วไป
    1. กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรี การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต การพักใช้ใบอนุญาต การเพิกถอนใบอนุญาต และการคืนใบอนุญาต สำหรับการประกอบกิจการแต่ละประเภท ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง (ร่างมาตรา 5)
    2. กำหนดให้เพื่อรักษาอธิบไตยด้านข้อมูลดิจิทัลของประเทศ ผู้ประกอบกิจการซึ่งรวบรวม เก็บ ประมวลผล หรือรับฝากข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มีสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือข้อมูลของนิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในประเทศไทย ตลอดจนข้อมูลข่าวสารของราชการตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ ข้อมูลข่าวสารขององค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ ต้องจัดเก็บข้อมูลนั้นไว้ในราชอาณาจักร (ร่างมาตรา 6)
    3. กำหนดให้การดำเนินกิจการ ผู้ประกอบกิจการต้องจ้างผู้มีสัญชาติไทยเพื่อทำหน้าที่ควบคุมดูแลระบบตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ซึ่งไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมดูแลระบบทั้งหมด (ร่างมาตรา 7)
    4. กำหนดให้เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัลหรือเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดเงื่อนไขและสัดส่วนการใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ที่ผลิตภายในราชอาณาจักรเพื่อใช้ในการประกอบกิจการดังกล่าวได้ (ร่างมาตรา 8)

2. หมวด 2 บริการศูนย์ข้อมูล
    1. กำหมดให้สถานที่ประกอบกิจการศูนย์ข้อมูลตัดต้องอยู่ในพื้นที่ที่สามารถตั้งโรงงานได้ตามกฎหมายว่าด้วยผังเมือง (ร่างมาตรา 9)
    2. กำหนดให้โครงการประกอบกิจการศูนย์ข้อมูลต้องได้รับการประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชมชนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ร่างมาตรา 10)
    3. กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตต้องควบคุมการปล่อยความร้อนสู่ชั้นบรรยากาศ มิให้เกินเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (ร่างมาตรา 14)
    4. กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตต้องควบคุมมิให้กิจการของตนปล่อยมลพิษด้านเสียงเกินเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (ร่างมาตรา 15)
    5. กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตต้องมีการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์แสะการป้องกันและควบคุมอัคคีภัยตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (ร่างมาตรา 16)
    6. กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตต้องรับผิดชอบในความเสียหายและค่าใช้จ่ายในการแก้ไขหรือฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในส่วนที่เกินนั้นด้วยตนเอง แต่ทั้งนี้ไม่กระทบต่อความรับผิดตามกฎหมายอื่น (ร่างมาตรา 17)

3. หมวด 3 บริการคลาวด์
    กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการให้บริการคลาวด์ที่ได้รับอนุญาตต้องมีมาตรฐานการเก็บรักษาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการ และมาตรฐานความมั่งคงปลอดภัยในการเข้าถึงและรับส่งข้อมูลตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (ร่างมาตรา 18) และมีหน้าที่ต้องตรวจสอบ พิสูจน์ หรือยืนยันตัวตนผู้ใช้บริการคราวด์ของตนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด รวมทั้งระงับการเข้าถึงข้อมูลตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด ในกรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้ใช้บริการคราวด์ใดใช้บริการคราวด์ในลักษณะที่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย (ร่างมาตรา 19)

4. หมวด 4 บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล
    1. กำหนดให้ก่อนการทำธุรกรรมบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลมีหน้าที่แจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบถึงสิทธิของผู้ใช้บริการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อสินค้า บริการ หรือการทำธุรกรรมใดผ่านบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (ร่างมาตรา 20)
    2. กำหนดให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลต้องจัดให้มีช่องทางที่ชัดเจนให้ผู้ใช้บริการร้องเรียนหรือแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมาย และต้องมีการตอบรับเรื่องให้ผู้ร้องเรียนหรือแจ้งข้อมูลทราบภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง (ร่างมาตรา 21)
    3. กำหนดให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลมีหน้าที่เปิดเผยแก่ผู้ใช้บริการว่าบริการหรือการนำเสนอข้อมูลนั้นเป็นการโฆษณา (ร่างมาตรา 22)
    4. กำหนดให้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมในการให้บริการ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลต้องเปิดเผยข้อตกลง เงื่อนไข หรือปัจจัยสำหรับการเลือกให้บริการใด ๆ เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้ทราบก่อนหรือในขณะเข้าใช้บริการ (ร่างมาตรา 23) ตลอดจนเพื่อป้องกันการกำหนดเงื่อนไข
หรืออัตราค่าบริการอันไม่เป็นธรรม ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตราสูงสุดของค่าบริการใด ๆ ที่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเรียกเก็บจากบุคคลอื่นซึ่งมีใช่บริษัทในเครือก็ได้ (ร่างมาตรา 24)
    5. กำหนดให้ในกรณีที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของประเทศ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลรวบรวมและจัดส่งข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับธุรกรรมหรือการใช้บริการ ให้หนักงานเจ้าหน้าที่ตามรูปแบบและรอบระยะยะเวลาที่กำหนด (ร่างมาตรา 25)

5. หมวด 5 พนักงานเจ้าหน้าที่
    กำหนดให้การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดังต่อไปนี้ เช่น เข้าไปในสถานที่ตั้งของผู้ประกอบกิจการหรือสถานที่ซึ่งรวบรวมหรือประมวลข้อมูลของผู้ประกอบกิจการดังกล่าวด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือด้วยเครื่องมืออื่นใด ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น ๆ เพื่อตรวจสอบกิจการ สินทรัพย์ และหนี้สินของผู้ประกอบกิจการ และเอกสาร หลักฐาน หรือข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประกอบกิจการ รวมทั้งเพื่อตรวจสอบสมุดบัญชี เอกสาร หลักฐานหรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนตรวจสอบหรือเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้ประกอบกิจการ เพื่อตรวจสอบหลักฐานหรือข้อมูลอื่นใดเกี่ยวกับผู้ประกอบกิจการ ยึดหรืออายัดบัญชี ทรัพย์สิน เอกสาร หลักฐาน หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบหรือดำเนินคดี ทั้งนี้ การออกคำสั่งยืดหรืออายัดดังกล่าวต้องระบุเหตุผล ความจำเป็น และสิทธิของผู้ถูกยึดหรืออายัดนั้นไว้ด้วย รวมทั้งมีอำนาจสั่งให้บุคคลมาให้ถ้อยคำ หรือส่งสำเนา หรือแสดงสมุดบัญชี เอกสาร หลักฐานหรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้อง อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นต้น (ร่างมาตรา 26)

6. หมวด 6 บทกำหนดโทษ
    1. กำหนดให้ผู้ใดประกอบกิจการโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 5 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับตั้งแต่สิบล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งล้านบาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง (ร่างมาตรา 27)
    2. กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการใดซึ่งให้รวมรวม เก็บ ประมวลผล หรือรับฝากข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มีสัญชาติไทยตามมาตรา 6 และไม่จัดเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้ในราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับตั้งแต่หกล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ร่างมาตรา 28)
    3. กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการให้บริการคลาวด์ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศที่ออกตามมาตรา 18 หรือมาตรา 19 มีความผิดเป็นพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยจำนวนไม่เกินสามล้านบาท (ร่างมาตรา 32)
    4. กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลใดไม่แจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบถึงสิทธิของผู้ใช้บริการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อสินค้า บริการ หรือการทำธุรกรรมใดผ่านบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล มีความผิดเป็นพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยจำนวนไม่เกินสองแสนบาท และปรับเป็นพินัยอีกไม่เกินวันละสองหมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง (ร่างมาตรา 33) เป็นต้น

7. บทเฉพาะกาล
    กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการใดที่ประกอบกิจการอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และเป็นกิจการที่ต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงตามมาตรา 5 ใช้บังคับ และให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่ารัฐมนตรีจะมีคำสั่งไม่อนุญาต แต่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตลอดระยะเวลาที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาต (ร่างมาตรา 36)
 

ผู้ที่เกี่ยวข้อง

1. ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง
        กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

2. ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยอ้อม
        2.1 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
        2.2 สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA)
        2.3 สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)
        2.4 คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)
        2.5 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
        2.6 สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)
        2.7 กรมโยธาธิการและผังเมือง
        2.8 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
        2.9 สมาคมสมาพันธ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย
        2.10 สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
        2.11 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
        2.12 ผู้ประกอบการการให้บริการด้านอินเทอร์เน็ต
        2.13 ผู้ประกอบการการให้บริการทรัพยากรคอมพิวเตอร์ผ่านอินเทอร์เน็ต
        2.14 ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่
        2.15 ผู้ประกอบการการให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม
        2.16 สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย

3. ผู้ที่เกี่ยวข้องทั่วไป
        ประชาชน

ประเด็นเพื่อรับฟังความคิดเห็น

        1.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดคำนิยามตามร่างมาตรา 3
        2.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดกรอบระยะเวลา 60 วัน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการในการออกใบอนุญาต อนุญาต ขึ้นทะเบียน หรือออกใบรับแจ้ง ตามร่างมาตรา 5
        3.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดหมวด 1 บททั่วไป เช่น การอนุญาตให้ผู้ประกอบกิจการดำเนินการต่าง ๆ การรักษาอธิบไตยด้านข้อมูลดิจิทัลของประเทศ การดำเนินกิจการของผู้ประกอบกิจการ การส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัลหรือเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ  
        4.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดหมวด 2 บริการศูนย์ข้อมูล เช่น สถานที่ประกอบกิจการศูนย์ข้อมูล โครงการประกอบกิจการศูนย์ข้อมูล หน้าที่ของผู้รับใบอนุญาต
        5.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดหมวด 3 บริการคลาวด์ เช่น หน้าที่ของผู้ประกอบกิจการให้บริการคลาวด์ หน้าที่ต้องตรวจสอบ พิสูจน์ หรือยืนยันตัวตนผู้ใช้บริการคราวด์ของตน
        6.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดหมวด 4 บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น หน้าที่ของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล การให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมในการให้บริการ ตลอดจนเพื่อป้องกันการกำหนดเงื่อนไขหรืออัตราค่าบริการอันไม่เป็นธรรม กรณีที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของประเทศ
        7.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดหมวด 5 พนักงานเจ้าหน้าที่ เกี่ยวกับหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่
        8.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดหมวด 6 บทกำหนดโทษ
        9.ท่านเห็นว่าการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล การให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในประเทศไทย ณ ปัจจุบันมีปัญหาในทางปฏิบัติหรือไม่อย่างไร และการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้จะสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้หรือไม่ เพียงใด
        10.ข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอื่น ๆ (ถ้ามี)