เนื่องจากบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 บางประการ โดยเฉพาะการใช้เกณฑ์ต่ำสุดเป็นหลักในการคัดเลือกผู้ชนะการเสนอราคา โดยไม่ได้คำนึงถึงความสามารถในการปฏิบัติตามสัญญา ทำให้คู่สัญญาจำนวนมากที่ชนะการเสนอราคาด้วยการเสนอราคา ที่ต่ำสุด ไม่สามารถทำงานตามสัญญาได้ มีการทิ้งงานจำนวนมาก ทำให้ทางราชการเสียประโยชน์ นอกจากนี้ เหตุบอกเลิกสัญญาและเหตุที่จะดำเนินการให้คู่สัญญาเป็นผู้ทิ้งงานก็ยังไม่ครอบคลุมในกรณีที่ปรากฏว่าผลการปฏิบัติตามสัญญาของคู่สัญญามีความบกพร่องหรือผิดพลาดอย่างร้ายแรง หรือก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่หน่วยงานของรัฐ หรือแก่ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน หรือต่อสภาพแวดล้อม และการตกลงกับคู่สัญญาเพื่อที่จะบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ยังไม่ครอบคลุมกรณีที่เกิดเหตุอันไม่อาจคาดหมายได้ ทำให้การปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสูงกว่าวงเงินตามที่กำหนดไว้ เช่น โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง เป็นต้น อีกทั้ง การกำหนดให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นผู้สั่ง ให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาเป็นผู้ทิ้งงาน ทำให้การสั่งการมีความล่าช้า และเป็นช่องทางให้ผู้นั้น ยังสามารถเข้าร่วมเสนอราคาต่อหน่วยงานอื่นของรัฐได้ อันเป็นผลเสียหายแก่ทางราชการ จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณของรัฐในการจัดซื้อจัดจ้างเกิดประโยชน์สูงสุด โดยร่างกฎหมายฉบับนี้มีสาระสำคัญ ดังนี้
1. กำหนดให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาคัดเลือกคู่สัญญากับรัฐ โดยพิจารณาถึงประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐ วัตถุประสงค์ของการใช้งาน รวมทั้งความสามารถในการปฏิบัติตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอมากกว่าข้อเสนอด้านราคา
2. กำหนดเหตุบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงให้ครอบคลุมกรณีที่ปรากฏว่าการปฏิบัติตามสัญญาของคู่สัญญามีข้อบกพร่องหรือผิดพลาดอย่างร้ายแรง หรือก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่หน่วยงานของรัฐ หรือแก่ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน หรือต่อสภาพแวดล้อม
3. กำหนดหลักเกณฑ์การตกลงกับคู่สัญญาในกรณีจะบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงให้ครอบคลุมกรณีที่เกิดเหตุอันไม่อาจคาดหมายได้ ทำให้การปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสูงกว่าวงเงินที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง ทั้งนี้ ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของวงเงินเดิม
4. กำหนดลักษณะการทิ้งงานให้ครอบคลุมถึงกรณีที่ปรากฏว่าผลการปฏิบัติตามสัญญาของคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐ มีข้อบกพร่องหรือผิดพลาดอย่างร้ายแรง หรือก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่หน่วยงานของรัฐ หรือแก่ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน หรือต่อสภาพแวดล้อม
5. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการสั่งให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาเป็นผู้ทิ้งงาน โดยให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐคู่สัญญาเป็นผู้มีอำนาจและกำหนดวิธีการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง
6. กำหนดให้ต้องมีการวางหลักประกันในการอุทธรณ์เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ เพื่อไม่ให้ มีการใช้การอุทธรณ์เป็นช่องทางในการหน่วงเหนี่ยวการจัดซื้อจัดจ้าง
7. กำหนดให้การจัดซื้อจัดจ้างใดที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จหรือยังไม่ได้มีการอุทธรณ์ในวันก่อนที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการต่อไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
ตารางเปรียบเทียบร่างแก้ไขเพิ่มเติม ดาวน์โหลดเอกสารประกอบ
ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง
1. สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง
2. กรมบัญชีกลาง
ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยอ้อม
1. สำนักงบประมาณ
2. สำนักงานอัยการสูงสุด
3. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
4. กระทรวงและกรม
5. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
6. รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
7. องค์การมหาชน
8. องค์กรอิสระ
9. องค์กรตามรัฐธรรมนูญ
10. หน่วยธุรการของศาล
11. มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ
12. หน่วยงานสังกัดรัฐสภาหรือในกำกับรัฐสภา
13. หน่วยงานอิสระของรัฐ
14. หน่วยงานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ผู้ที่เกี่ยวข้องทั่วไป
ประชาชน
1. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ หรือมีความเห็นอย่างไร กับการกำหนดให้หน่วยงานของรัฐคัดเลือกคู่สัญญา โดยพิจารณาถึงประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐ วัตถุประสงค์ของการใช้งาน รวมทั้งความสามารถในการปฏิบัติตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอมากกว่าข้อเสนอด้านราคา (ร่างมาตรา 3 และร่างมาตรา 4)
2. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ หรือมีความเห็นอย่างไร กับการกำหนดเหตุบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงให้ครอบคลุมกรณีที่การปฏิบัติตามสัญญาของคู่สัญญามีข้อบกพร่องหรือผิดพลาดอย่างร้ายแรง หรือก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่หน่วยงานของรัฐ หรือแก่ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน หรือต่อสภาพแวดล้อม (ร่างมาตรา 5)
3. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ หรือมีความเห็นอย่างไร กับการกำหนดหลักเกณฑ์ในการตกลงกับคู่สัญญากรณีจะบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงให้ครอบคลุมกรณีที่เกิดเหตุอันไม่อาจคาดหมายได้ โดยเหตุดังกล่าวทำให้การปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสูงกว่าวงเงินที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง ทั้งนี้ ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของวงเงินเดิม (ร่างมาตรา 6)
4. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ หรือมีความเห็นอย่างไร กับการกำหนดลักษณะการทิ้งงานให้ครอบคลุมถึงกรณีที่ผลการปฏิบัติตามสัญญาของคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ มีข้อบกพร่องหรือผิดพลาดอย่างร้ายแรง หรือก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่หน่วยงานของรัฐ หรือแก่ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน หรือต่อสภาพแวดล้อม (ร่างมาตรา 7)
5. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ หรือมีความเห็นอย่างไร กับการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการสั่งให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาเป็นผู้ทิ้งงาน โดยให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐคู่สัญญาเป็นผู้มีอำนาจและกำหนดวิธีการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง (ร่างมาตรา 8)
6. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ หรือมีความเห็นอย่างไร กับการกำหนดให้ต้องมีการวางหลักประกันในการอุทธรณ์เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ เพื่อไม่ให้มีการใช้การอุทธรณ์เป็นช่องทางในการหน่วงเหนี่ยวการจัดซื้อจัดจ้าง (ร่างมาตรา 9)
7. ท่านเห็นว่าการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในประเด็นการพิจารณาคัดเลือกคู่สัญญา เหตุและหลักเกณฑ์ในการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ลักษณะของการกระทำที่ถือว่าเป็นการทิ้งงาน หลักเกณฑ์และวิธีการในการสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงาน รวมทั้งการอุทธรณ์ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ในปัจจุบันมีปัญหาอุปสรรคอย่างไร และการเสนอร่างกฎหมายนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้หรือไม่ เพียงใด
8. ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่น ๆ (ถ้ามี)