ร่างพระราชบัญญัติมีหลักการเพื่อปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีเหตุผลเนื่องจากเทคโนโลยีที่ใช้ในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์พัฒนาไปอย่างรวดเร็วบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันจึงไม่สอดคล้องกับสภาพการที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับกับองค์การสหประชาชาติได้พัฒนากฎหมายแม่แบบขึ้นใหม่หลายฉบับเพื่อรองรับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในบริบทที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รวมทั้งกฎเกณฑ์และมาตรฐานระหว่างประเทศที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก สร้างความมั่นคงปลอดภัย สร้างความมั่นใจ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตและประกอบธุรกิจ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รองรับการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัตินี้ มีดังต่อไปนี้
(1) กำหนดให้ยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 (ร่างมาตรา 3)
(2) กำหนดวัตถุประสงค์ของร่างพระราชบัญญัติในการสนับสนุนให้ใช้ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักในการทำธุรกรรมแทนการทำธุรกรรมเป็นเอกสารในรูปแบบเดิม โดยสร้างความชัดเจนและความเชื่อมั่นในผลทางกฎหมายของการทำธุรกรรมดังกล่าวในทุกขั้นตอน แต่มิได้ห้ามการทำธุรกรรมเป็นเอกสารในรูปแบบเดิม (ร่างมาตรา 4)
(3) กำหนดให้ร่างพระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่ธุรกรรมตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาในเรื่องที่กฎหมายกำหนดให้ผู้กระทำมีหน้าที่ต้องไปแสดงตนต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ เรื่องที่กฎหมายกำหนดให้ผู้กระทำต้องแสดงเจตนาให้ความยินยอมต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ และเรื่องที่โดยสภาพยังไม่สมควรทำเป็นธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ร่างมาตรา 5)
(4) กำหนดให้ร่างพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับแก่ธุรกรรมทุกประเภทตามกฎหมายทุกฉบับ ทั้งที่เป็นธุรกรรมระหว่างเอกชนกับเอกชนหรือเป็นธุรกรรมระหว่างเอกชนกับรัฐ เว้นแต่มีกฎหมายกำหนดวิธีทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เรื่องใดไว้โดยเฉพาะ ก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายนั้น (ร่างมาตรา 6)
(5) กำหนดผลทางกฎหมายของการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นไปตามร่างพระราชบัญญัตินี้ การใดที่มิได้บัญญัติไว้ในร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นการเฉพาะ ให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายอื่นที่ว่าด้วยการนั้น (ร่างมาตรา 7)
(6) กำหนดบทนิยามของคำว่า “ธุรกรรม” “อิเล็กทรอนิกส์” “ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์" “ข้อความ” “ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์” “ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์” “ข้อมูลชีวภาพ” “เจ้าของลายมือชื่อ” “ตราประทับอิเล็กทรอนิกส์” “ระบบข้อมูล” “ที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์” “ระบบอัตโนมัติ” “ผู้ส่งข้อมูล” “ผู้รับข้อมูล” “บุคคลซึ่งเป็นสื่อกลาง” “บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” “อัตลักษณ์” “การพิสูจน์ตัวตน” “สิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตน” “การยืนยันตัวตน” “ตราสารเปลี่ยนมือ” “ตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์” “บริการระบบตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์” “สำนักงาน” “ผู้อำนวยการ” และ “รัฐมนตรี” (ร่างมาตรา 8)
(7) กำหนดบทบัญญัติว่าด้วยบททั่วไปของร่างพระราชบัญญัตินี้ เช่น กำหนดผลผูกพันและมีผลบังคับใช้ได้ตามกฎหมายแก่ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำขึ้นโดยถูกต้องตามร่างพระราชบัญญัตินี้ และให้ถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และสิ่งพิมพ์ออกของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มีสถานะเช่นเดียวกับเอกสารหรือพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายอื่น กำหนดปัจจัยต่าง ๆ ที่ใช้วิเคราะห์ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยในความน่าเชื่อถือของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ กำหนดให้ในการพิจารณาของศาล หากมีผู้โต้แย้งความน่าเชื่อถือของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้โต้แย้งเป็นผู้มีภาระการพิสูจน์และออกค่าใช้จ่ายในในการพิสูจน์ และศาลอาจจัดทำบัญชีพยานผู้เชี่ยวขาญที่สามารถแสดงความเห็นเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ เป็นต้น (หมวด 1 ร่างมาตรา 10 ถึงร่างมาตรา 26)
(8) กำหนดบทบัญญัติว่าด้วยการแสดงเจตนา การรับและส่งข้อมูล และการทำสัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น กำหนดให้การแสดงเจตนาของบุคคลอาจทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ และบุคคลใดจะปฏิเสธผลผูกพันหรือผลบังคับทางกฎหมายของการแสดงเจตนา โดยอ้างเพียงเพราะเหตุที่ได้ทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชบัญญัตินี้มิได้ กำหนดข้อสันนิษฐานทางกฎหมายในกรณีที่ผู้ส่งข้อมูลได้รับแจ้งจากผู้รับข้อมูลว่าได้รับข้อมูลแล้ว ให้ถือว่าผู้รับข้อมูลได้รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามที่
ได้รับมา เป็นต้น (หมวด 2 ร่างมาตรา 27 ถึงมาตรา 43)
(9) กำหนดบทบัญญัติว่าด้วยตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ เช่น กำหนดให้ตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์มีผลบังคับตามกฎหมายเช่นเดียวกับตราสารเปลี่ยนมือที่เป็นเอกสาร ผู้ใดจะปฏิเสธผลผูกพันทางกฎหมายของตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์เพียงเพราะเหตุที่ได้ทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามร่างพระราชบัญญัตินี้มิได้ กำหนดลักษณะของตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์กำหนดให้การจัดทำตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้แทนตราสารเปลี่ยนมือที่เป็นเอกสาร
หรือการจัดทำตราสารเปลี่ยนมือที่เป็นเอกสารเพื่อใช้แทนตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ต้องใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้โดยมีข้อความครบถ้วนถูกต้องและต้องดำเนินการด้วยวิธีที่กำหนดไว้ เป็นต้น (หมวด 3 ร่างมาตรา 44 ถึงร่างมาตรา 50)
(10) กำหนดบทบัญญัติว่าด้วยบริการทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น กำหนดให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ บริการพิสูจน์หรือยืนยันตัวตนของบุคคล บริการการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ บริการประทับเวลาและวันที่ในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ บริการรับ ส่ง หรือจัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ บริการจดทะเบียนหรือรับรองเว็บไซต์หรือโดเมนเนม บริการระบบตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ หรือบริการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง กำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบ
ของผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องดำเนินการ เป็นต้น (หมวด 4 ร่างมาตรา 51 ถึงร่างมาตรา 58)
(11) กำหนดบทเฉพาะกาลรองรับการดำเนินการออกกฎหมายลำดับรองในวาระแรกหรือในระยะแรกของการใช้บังคับกฎหมาย และรองรับสิทธิของผู้ประกอบธุรกิจให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีใบอนุญาตตามกฎหมายเดิม เป็นต้น (บทเฉพาะกาล ร่างมาตรา 59 ถึงร่างมาตรา 63)
ตารางเปรียบเทียบร่างแก้ไขเพิ่มเติม ดาวน์โหลดเอกสารประกอบ
1. ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง
1.1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
1.2 สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กนิกส์
2. ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยอ้อม
2.1 กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น อาทิ2.1.1 กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กรมที่ดิน
2.1.2 กระทรวงการคลัง กรมสรรพากร
2.1.3 กระทรวงพาณิชย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
2.1.4 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ
2.1.5 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
2.1.6 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นต้น
2.2 รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา อาทิ
2.2.1 ธนาคารออมสิน
2.2.2 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
2.2.3 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
2.2.4 ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank)
2.2.5 การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
2.2.6 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
2.2.7 การประปานครหลวง (กปน.)
2.2.8 การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.)
2.2.9 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)
2.2.10 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
2.2.11 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
2.2.12 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นต้น
2.3 องค์การมหาชนที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา อาทิ
2.3.1 สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
2.3.2 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เป็นต้น
2.4 หน่วยงานของรัฐสภา
2.4.1 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
2.4.2 สำนักงานเลขาธิการสำนักงานวุฒิสภา
2.5 หน่วยงานของศาล ได้แก่
2.5.1 สำนักงานศาลยุติธรรม
2.5.2 สำนักงานศาลปกครอง
2.5.3 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
2.5.4 กรมพระธรรมนูญ
2.6 สำนักงานอัยการสูงสุด
2.7 สภาทนายความ
2.8 หน่วยงานขององค์กรอิสระ
2.8.1 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
2.8.2 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน
2.8.3 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
2.8.4 สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
2.8.5 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
2.9 สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย
2.10 ธนาคารและสถาบันการเงิน
2.10.1 ธนาคารแห่งประเทศไทย
2.10.2 ธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ภายใต้กำกับธนาคารแห่งประเทศไทย อาทิ
(1) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
(2) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
(3) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
(4) ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)
(5) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
(6) ธนาคาร ซิตี้แบงก์ เอ็น. เอ.
(7) ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน)
(8) ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)
(9) ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)
(10) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นต้น
2.11 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
2.12 สมาคมธนาคารไทย
2.13 สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ หอการค้าไทย
2.14 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
2.15 สภาองค์กรของผู้บริโภค
2.16 มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
2.17 ผู้ประกอบธุรกิจบริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ผู้ประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล องค์กรเอกชนที่เป็นสื่อกลางในการส่ง รับ หรือเก็บรักษาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือให้บริการอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ
2.17.1 สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย
2.17.2 สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย
2.17.3 สมาคมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย
2.17.4 สมาคมการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อธุรกิจท่องเที่ยว
2.17.5 สมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย
2.17.6 สมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย
2.17.7 สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย
2.17.8 บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี จำกัด
2.17.9 สมาคมเทคโนโลยีดิจิทัลไทย
2.17.10 สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
2.17.11 สมาคมฟินเทคประเทศไทย
2.17.12 บริษัท ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย จำกัด เป็นต้น
3. ผู้ที่เกี่ยวข้องทั่วไป
- ประชาชน
1. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนด
1.1) วัตถุประสงค์ของร่างพระราชบัญญัตินี้
1.2) ข้อยกเว้นของการใช้บังคับร่างพระราชบัญญัตินี้
1.3) ให้ร่างพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับแก่ธุรกรรมทุกประเภทตามกฎหมายทุกฉบับ ทั้งที่เป็นธุรกรรมระหว่างเอกชนกับเอกชนหรือเป็นธุรกรรมระหว่างเอกชนกับรัฐ ตลอดจนการกำหนดข้อยกเว้น (ร่างมาตรา 4 มาตรา 5 และมาตรา 6)
2. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดผลทางกฎหมายของการทำธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นไปตามร่างพระราชบัญญัตินี้ แต่หากไม่ได้กำหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัตินี้
เป็นกรณีเฉพาะ ให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายอื่นที่ว่าด้วยการนั้น
(ร่างมาตรา 7)
3. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดบทนิยามตามร่างพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่ "ธุรกรรม" "อิเล็กทรอนิกส์" "ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์" "ข้อความ" "ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์" "ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์" "ข้อมูลชีวภาพ" "เจ้าของลายมือชื่อ" "ตราประทับอิเล็กทรอนิกส์" "ระบบข้อมูล" "ที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์" "ระบบอัตโนมัติ" "ผู้ส่งข้อมูล" "ผู้รับข้อมูล" "บุคคลซึ่งเป็นสื่อกลาง" "บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์" "อัตลักษณ์" "การพิสูจน์ตัวตน" "สิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตน" "การยืนยันตัวตน" "ตราสารเปลี่ยนมือ" "ตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์" "บริการระบบตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์" "สำนักงาน" "ผู้อำนวยการ" และ "รัฐมนตรี" (ร่างมาตรา 8)
4. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดบทบัญญัติว่าด้วยบททั่วไปตามร่างพระราชบัญญัตินี้ อาทิ
4.1) ผลผูกพันและมีผลบังคับใช้ได้ตามกฎหมายแก่ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำขึ้นโดยถูกต้องตามร่างพระราชบัญญัตินี้ และให้ถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และสิ่งพิมพ์ออกของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มีสถานะเช่นเดียวกับเอกสารหรือพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายอื่น
4.2) ให้ในการพิจารณาของศาล หากมีผู้โต้แย้งความน่าเชื่อถือของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้โต้แย้งเป็นผู้มีภาระการพิสูจน์และออกค่าใช้จ่ายในในการพิสูจน์ และศาลอาจจัดทำบัญชีพยานผู้เชี่ยวขาญที่สามารถแสดงความเห็นเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ เป็นต้น (หมวด 1 บททั่วไป ร่างมาตรา 10 ถึงร่างมาตรา 26)
5. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดบทบัญญัติว่าด้วยการแสดงเจตนาการรับและส่งข้อมูล และการทำสัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ตามร่างพระราชบัญญัตินี้ อาทิ
5.1) ให้การแสดงเจตนาของบุคคลอาจทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ และบุคคลใดจะปฏิเสธผลผูกพันหรือผลบังคับทางกฎหมายของการแสดงเจตนา โดยอ้างเพียงเพราะเหตุที่ได้ทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้
5.2) ข้อสันนิษฐานทางกฎหมายในกรณีที่ผู้ส่งข้อมูลได้รับแจ้งจากผู้รับข้อมูลว่าได้รับข้อมูลแล้ว ให้ถือว่าผู้รับข้อมูลได้รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ได้รับมา เป็นต้น (หมวด 2 การแสดงเจตนา การรับและส่งข้อมูล และการทำสัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ ร่างมาตรา 27 ถึงมาตรา 43)
6. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดบทบัญญัติว่าด้วยตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ตามร่างพระราชบัญญัตินี้ อาทิ
6.1) ให้ตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์มีผลบังคับตามกฎหมายเช่นเดียวกับตราสารเปลี่ยนมือที่เป็นเอกสาร ผู้ใดจะปฏิเสธผลผูกพันทางกฎหมายของตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์เพียงเพราะเหตุที่ได้ทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามร่างพระราชบัญญัตินี้มิได้
6.2) ลักษณะของตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์
6.3) ให้การจัดทำตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้แทนตราสารเปลี่ยนมือ
ที่เป็นเอกสาร หรือการจัดทำตราสารเปลี่ยนมือที่เป็นเอกสารเพื่อใช้แทนตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ต้องใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้โดยมีข้อความครบถ้วนถูกต้องและต้องดำเนินการด้วยวิธีที่กำหนดไว้ เป็นต้น (หมวด 3 ตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ ร่างมาตรา 44 ถึงร่างมาตรา 50)
7. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดบทบัญญัติว่าด้วยบริการทางอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ
7.1) ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ บริการพิสูจน์หรือยืนยันตัวตน
ของบุคคล บริการการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ บริการประทับเวลาและวันที่ในการทำธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส์ บริการรับ ส่ง หรือจัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ บริการจดทะเบียนหรือรับรองเว็บไซต์หรือโดเมนเนม บริการระบบตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ หรือบริการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
7.2) หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องดำเนินการ เป็นต้น (หมวด 4 บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ ร่างมาตรา 51 ถึงร่างมาตรา 58)
8. ท่านเห็นว่าในปัจจุบันพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการหรือมีผลกระทบต่อประชาชน หรือมีความไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมหรือไม่ อย่างไร และการเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ จะแก้ไขปัญหานั้นได้หรือไม่ เพียงใด
9. ข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอื่น ๆ (ถ้ามี)