ร่างพระราชบัญญัตินี้มีหลักการเพื่อให้มีกฎหมายว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งหรือการประกอบอาชีพของบุคคลล้มละลาย และมีเหตุผลอันเป็นเจตนารมณ์ในการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติคือ ปัจจุบันมีกฎหมายหลายฉบับจำกัดสิทธิและเสรีภาพบุคคลที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย โดยห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพตามกฎหมายนั้น ๆ ไว้ ทำให้ต้องสูญเสียทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถโดยไม่จำเป็น ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ไม่เป็นประโยชน์ ไม่คุ้มค่า ก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่เป็นการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือให้ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์จากการพัฒนาประเทศอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพและจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลเกินความจำเป็น ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 77 ที่กำหนดให้รัฐต้องยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือประกอบอาชีพไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน และมาตรา 26 ที่กำหนดว่า การตรากฎหมายที่มีผลจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่รัฐธรรมนูญมิได้บัญญัติเงื่อนไขไว้ กฎหมายดังกล่าวต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่เพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของประชาชนของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งหรือการประกอบอาชีพของบุคคลล้มละลาย เพื่อให้บุคคลที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์และบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายสามารถดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพตามกฎหมายดังกล่าวได้ เพื่อรักษาทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถให้ปฏิบัติงานอันจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติโดยรวม สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
โดยสามารถสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
1. กำหนดบทนิยามของคำว่า “บุคคลล้มละลายทุจริต” “บุคคลล้มละลาย” “ผู้มีอำนาจแต่งตั้ง” และ “หน่วยงานของรัฐ”
2. กำหนดให้แก้ไขเพิ่มเติมความในกฎหมาย จำนวน 67 ฉบับ ที่เกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งหรือการประกอบอาชีพของบุคคลล้มละลาย รายละเอียดปรากฏตามบัญชีท้ายร่างพระราชบัญญัติ
3. กำหนดให้บุคคลที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายหรือบุคคลล้มละลายทุจริต มีหน้าที่ต้องแจ้งให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งทราบ
4. กำหนดให้บุคคลล้มละลายทุจริตที่ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานของรัฐตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามทันที โดยถือเป็นข้อยกเว้นของพระราชบัญญัตินี้
5. กำหนดให้บุคคลที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ที่ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานของรัฐ ตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่เดิมได้จนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น หากการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการบริหารของตำแหน่งงาน หรือสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งที่บุคคลนั้นดำรงอยู่
6. กำหนดให้บุคคลที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งดำรงตำแหน่งที่ต้องมีการการยื่นบัญชีทรัพย์สิน หรือตำแหน่งที่มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวข้องกับการเงิน ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งสั่งย้ายให้บุคคลนั้นไปดำรงตำแหน่งในตำแหน่งอื่นที่เหมาะสม
เมื่อศาลมีคำสั่งถอนการพิทักษ์ทรัพย์หรือปลดบุคคลนั้นจากล้มละลาย หรือยกเลิกการล้มละลายแล้ว
จึงให้บุคคลนั้นกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งเดิมได้
7. กำหนดให้หน่วยงานที่รับผิดชอบการประเมินผลสัมฤทธิ์กฎหมายตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 ดำเนินการทบทวนกฎหมายในความรับผิดชอบที่มีบทบัญญัติอันเป็นการจำกัดสิทธิในการดำรงตำแหน่งหรือการประกอบอาชีพของบุคคลล้มละลาย และให้เสนอผลการทบทวน พร้อมทั้งร่างกฎหมายในกรณีที่ต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ต่อคณะรัฐมนตรีภายใน 180 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
8. กำหนดระยะเวลาให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลำดับรอง ได้แก่ พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง กฎ ระเบียบ หรือประกาศ ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติตามบัญชีท้าพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ภายใน 180 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
9. กำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
1. ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง
1) สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง
2) สํานักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
3) กรมโยธาธิการและผังเมือง
4) สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
5) สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
6) กรมธนารักษ์
7) ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
8) สํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ
9) สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง
10) สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
11) กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
12) กรมบัญชีกลาง
13) สํานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
14) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์
15) กรมอนามัย
16) กรมการสรรพกําลังกลาโหม สํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
17) สํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
18) สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
19) กรมการปกครอง
20) สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
21) กองทุนการออมแห่งชาติ
22) สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
23) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
24) สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
25) สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
26) สํานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
27) สํานักงานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน
28) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
29) สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ
30) กรมสอบสวนคดีพิเศษ
31) บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด
32) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
33) สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย
34) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
35) สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
36) สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
37) กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ
38) กรมการค้าต่างประเทศ
39) สำนักจุฬาราชมนตรี
40) องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน
41) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
42) สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
43) กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
44) กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
45) การกีฬาแห่งประเทศไทย
46) สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
47) สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
48) ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
49) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
50) การประปานครหลวง
51) กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
52) สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร
53) สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
54) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
55) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
56) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
57) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมอบหมาย
58) สำนักงานอัยการสูงสุด
59) สำนักงานศาลยุติธรรม
2. ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยอ้อม
1) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
2) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
3. ผู้ที่เกี่ยวข้องทั่วไป
ประชาชน
1.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดให้แก้ไขเพิ่มเติมความในกฎหมาย จำนวน 67 ฉบับ ที่เกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งหรือการประกอบอาชีพของบุคคลล้มละลาย รายละเอียดตามบัญชีท้ายร่างพระราชบัญญัติ (ร่างมาตรา 4)
2.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดให้บุคคลล้มละลายทุจริตที่ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานของรัฐตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามทันที (ร่างมาตรา 6 วรรคหนึ่ง)
3.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดให้บุคคลที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ที่ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานของรัฐ ตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่เดิมได้จนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น หากการปฏิบัติหน้าที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการบริหารของตำแหน่งงาน หรือกระทบภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะสม (ร่างมาตรา 6 วรรคสอง)
4.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดให้บุคคลที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งดำรงตำแหน่งที่ต้องมีการยื่นบัญชีทรัพย์สิน หรือตำแหน่งที่มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวข้องกับการเงิน ต้องย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่นที่เหมาะสม เมื่อศาลมีคำสั่งถอนการพิทักษ์ทรัพย์หรือปลดจากล้มละลาย หรือยกเลิกการล้มละลายแล้วจึงให้บุคคลนั้นกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งเดิมได้ (ร่างมาตรา 6 วรรคสาม)
5.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดให้หน่วยงานที่รับผิดชอบการประเมินผลสัมฤทธิ์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย ต้องทบทวนกฎหมายที่มีบทบัญญัติอันเป็นการจำกัดสิทธิในการดำรงตำแหน่งหรือการประกอบอาชีพของบุคคลล้มละลายเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพร้อมร่างกฎหมาย (ถ้ามี) ภายใน 180 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ (ร่างมาตรา 7)
6.ท่านเห็นด้วยกับหรือไม่ อย่างไร การกำหนดระยะเวลาให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง กฎ ระเบียบ หรือประกาศ ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ภายใน 180 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ (ร่างมาตรา 8)
7.ท่านเห็นว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งหรือการประกอบอาชีพของบุคคลล้มละลายมีปัญหาในทางปฏิบัติหรือไม่ อย่างไร และการเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้จะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้หรือไม่ เพียงใด
8.ข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอื่น ๆ (ถ้ามี)