โดยที่พระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 มาตรา 16 กำหนดให้รายได้ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติประกอบด้วยเงินและทรัพย์สินหลายประเภท แต่ยังมิได้กำหนดให้มีการจัดสรรเงินค่าปรับจากความผิดจราจรตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก ในขณะที่อุบัติเหตุทางถนนเป็นสาเหตุหลักของการเกิดเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ในประเทศไทย สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติจึงต้องรับภาระค่าใช้จ่ายอย่างมากในการให้บริการแก่ผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนน อันเป็นเหตุให้เกิดผลขาดทุนในการดำเนินงานของสถาบัน จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 เพื่อกำหนดให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติมีสิทธิได้รับจัดสรรเงินค่าปรับและค่าปรับเป็นพินัยจากความผิดจราจรตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีหลักการที่สำคัญโดยการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 โดยเพิ่มรายได้ของสถาบันซึ่งเป็นเงินอุดหนุนจากค่าปรับและค่าปรับเป็นพินัยตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก
ตารางเปรียบเทียบร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง ดาวน์โหลดเอกสารประกอบ
1. ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง
1.1 กระทรวงสาธารณสุข
1.2 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
2. ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยอ้อม
2.1 สำนักงบประมาณ
2.2 กรมบัญชีกลาง
2.3 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
2.4 กรมการขนส่งทางบก
2.5 กรมทางหลวง
2.6 กรมทางหลวงชนบท
2.7 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
2.8 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
2.9 กรุงเทพมหานคร
2.10 เมืองพัทยา
2.11 สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย
2.12 สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย
2.13 สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย
2.14 สมาคมข้าราชการองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น
2.15 โรงพยาบาลของรัฐและเอกชน
2.16 องค์กรสาธารณกุศลและมูลนิธิกู้ชีพต่าง ๆ
3. ผู้ที่เกี่ยวข้องทั่วไป
ประชาชนทั่วไป
1. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดให้จัดสรรเงินค่าปรับสำหรับผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก โดยการจัดสรรให้กองทุนการแพทย์ฉุกเฉินในอัตราร้อยละ 40 จัดสรรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอัตราร้อยละ 10 แก่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (ร่างมาตรา 3)
2. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการปรับปรุงอัตราโทษใหม่ และกำหนดอัตราค่าปรับเป็นพินัยใหม่ตามความร้ายแรงของความผิดแต่ละประเภท (ร่างมาตรา 4 – ร่างมาตรา 11)
3. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการปรับปรุงโทษสำหรับความผิดร้ายแรง โดยกำหนดให้ความผิดร้ายแรงที่ยังคงมีลักษณะเป็นความผิดอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ร่างมาตรา 12)
4. ท่านเห็นว่าในปัจจุบันการกำหนดโครงสร้างค่าปรับสำหรับผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการจาจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 มีปัญหาในทางปฏิบัติหรือไม่ อย่างไร และการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้หรือไม่ เพียงใด
5. ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่น ๆ (ถ้ามี)