โดยที่ได้มีประชาชนได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและป่าไม้ กรณีประกาศเขตพื้นที่ของรัฐทับที่ทำกินของประชาชน ทั้งที่ประชาชนอยู่มาก่อน ทำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นั้นกลายเป็นผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย อีกทั้งการประกาศเขตที่ดินของรัฐมีจำนวนเนื้อที่มากไม่สอดคล้องกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชนผู้ยากไร้ไม่มีที่ทำกินและที่อยู่อาศัย จึงได้เข้าไปอยู่ในที่ดินของรัฐอันนำไปสู่การกล่าวหาและดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยประชาชนไร้ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ไม่มีสิทธิในที่ดินและในการเข้าทำประโยชน์ นอกจากนี้ หากถูกดำเนินคดีและถูกศาลตัดสินว่ามีความผิด ยังมีประวัติอาชญากรรมติดตัวไม่สามารถไปประกอบอาชีพอื่น ๆ ได้ตามปกติธุระ จึงเป็นการสมควรนิรโทษกรรมและล้างมลทินให้แก่ประชาชนดังกล่าว รวมทั้งเป็นการคืนสิทธิในที่ดินทำกินให้กับประชาชนผู้สุจริตที่อาศัยอยู่ในที่ดินมาก่อนประกาศเป็นที่ดินของรัฐ หรือให้ประชาชนได้รับสิทธิในการจัดสรรที่ดินจากรัฐตามนโยบายและกฎหมาย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัตินี้ คือ
(1) กำหนดบรรดาการกระทำทั้งหลายของบุคคลที่เป็นความผิดตามกฎหมายที่จะให้การกระทำความผิดนั้นไม่เป็นความผิด และให้บุคคลผู้ที่ได้กระทำการนั้นพ้นจากความผิดและความรับผิดในทางอาญา แพ่ง และปกครองโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะกระทำในฐานะเป็นตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ (ร่างมาตรา 3)
(2) กำหนดรายละเอียดของบทบัญญัติของกฎหมายที่จะให้บุคคลที่กระทำความผิดรับการนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ (ร่างมาตรา 4)
(3) กำหนดคุณสมบัติของบุคคลซึ่งได้รับการนิรโทษกรรมตามร่างพระราชบัญญัตินี้ ประกอบด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับการบุกรุก ยึดถือ ครอบครอง ทำลาย หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าหรือที่ดินของรัฐ สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่มีสิทธิได้รับการนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ (ร่างมาตรา 5)
(4) กำหนดให้มี “คณะกรรมการนิรโทษกรรมจังหวัด” รวมทั้งกำหนดองค์ประกอบ หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการดังกล่าว รวมถึงกำหนดให้มี “คณะกรรมการนิรโทษกรรม” รวมทั้งกำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการดังกล่าว และกำหนดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการนิรโทษกรรม
(ร่างมาตรา 6 - ร่างมาตรา 8)
(7) กำหนดให้ผู้มีความประสงค์ได้รับการนิรโทษกรรม ให้ยื่นคำขอนิรโทษกรรมต่อคณะกรรมการนิรโทษกรรมจังหวัด ณ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดในเขตท้องที่ที่มูลคดีเกิดขึ้น โดยให้สำนักงานยุติธรรมจังหวัดมีหน้าที่รวบรวม ตรวจสอบ กลั่นกรองบุคคลที่ได้ยื่นคำขอนิรโทษกรรมและส่งรายชื่อต่อคณะกรรมการนิรโทษกรรมจังหวัด และให้สำนักงานยุติธรรมจังหวัด กรมราชทัณฑ์ และกรมคุมประพฤติ ดำเนินการรวบรวม ตรวจสอบ กลั่นกรองบุคคลที่พ้นโทษไปแล้วหรือถูกคุมขังหรือถูกคุมประพฤติและเสนอรายชื่อต่อคณะกรรมการนิรโทษกรรมจังหวัด (ร่างมาตรา 9)
(8) กำหนดให้เจ้าหน้าที่รัฐและศาลมีหน้าที่ดำเนินการในกรณีคดีของผู้ได้รับนิรโทษกรรมอยู่ระหว่างการสอบสวน การยื่นฟ้องคดี การพิจารณาคดี การรับโทษ การคุมประพฤติหรือการพักโทษแล้วแต่กรณี (ร่างมาตรา 10)
(9) กำหนดให้บรรดาการกระทำที่เป็นเหตุให้บุคคลผู้ได้รับการนิรโทษกรรมตามกฎหมายนี้ เป็นเหตุให้ขาดคุณสมบัติในการได้รับจัดสรรที่ดินจากรัฐ ก็ให้บุคคลผู้นั้นได้รับคืนคุณสมบัติกลับมาและมีสิทธิได้รับจัดสรรที่ดินภานใต้นโยบายของรัฐ หรือตามที่กฎหมายบัญญัติ รวมทั้งได้รับสิทธิอื่น ๆ ของบุคคลและชุมชนที่มีอยู่แต่เดิม หรือเคยได้รับมาตามกฎหมาย หรือนโยบายอื่น ๆ ก่อนกฎหมายนี้ใช้บังคับ (ร่างมาตรา 11)
(10) กำหนดให้การนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีผลต่อไปจนกว่าบุคคลผู้ที่ได้รับการนิรโทษกรรมจะได้รับการจัดสรรที่ดินจากรัฐตามมาตรา 9 และในระหว่างที่รัฐดำเนินการแก้ไขปัญหาตามมาตรา 9 ให้บุคคลผู้ที่ได้รับการนิรโทษกรรม ทายาทโดยธรรมและบริวารของบุคคลผู้นั้นสามารถอยู่อาศัยและทำกินในที่ดินที่เป็นเหตุแห่งการนิรโทษกรรม และห้ามมิให้รัฐกระทำการใด ๆ อันเป็นการรอนสิทธิ หรือบังคับให้บุคคลผู้นั้น ทายาทโดยธรรมและบริวารออกจากที่ดิน (ร่างมาตรา 12)
(11) กำหนดให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ได้รับนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ รวมถึงผู้ที่ได้พ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ โดยให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดนั้น ๆ (ร่างมาตรา 13)
(12) กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาผู้แทนภาคประชาสังคม ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ และแต่งตั้งผู้แทนภาคประชาสังคมให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งมีผลใช้บังคับ (ร่างมาตรา 14)
(13) กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และมีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (ร่างมาตรา 14)
1. ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง
1.1 กระทรวงยุติธรรม
1.2 กรมป่าไม้
1.3 กรมที่ดิน
1.4 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
1.5 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
2. ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยอ้อม
2.1 ปลัดกระทรวงมหาดไทย
2.2 ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
2.3 ปลัดกระทรวงการคลัง
2.4 สำนักงานอัยการสูงสุด
2.5 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
2.6 สำนักงานศาลยุติธรรม
2.7 สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
2.8 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ
2.9 มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
2.10 มูลนิธิไทยรักษ์ป่า
3. ผู้ที่เกี่ยวข้องทั่วไป
- ประชาชน
1.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ กับการกำหนดบรรดาการกระทำทั้งหลายของบุคคลที่เป็นความผิดตามกฎหมายที่จะให้การกระทำความผิดนั้นไม่เป็นความผิด และให้บุคคลผู้ที่ได้กระทำการนั้นพ้นจากความผิดทั้งความรับผิดในทางอาญา แพ่ง และปกครองโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะกระทำในฐานะเป็นตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ ให้บุคคลที่กระทำความผิดรับการนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการบุกรุก ยึดถือ ครอบครอง ทำลาย หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าหรือที่ดินของรัฐ สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่มีสิทธิได้รับการนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ (ร่างมาตรา 3 - ร่างมาตรา 5)
2.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ กับการกำหนดให้มี “คณะกรรมการนิรโทษกรรมจังหวัด” ทำหน้าที่พิจารณาตรวจสอบบุคคลผู้ได้รับการนิรโทษกรรมและส่งรายชื่อต่อศาล อัยการ หรือตำรวจภูธรจังหวัดแห่งท้องที่ดำเนินการต่อ และเห็นด้วยหรือไม่ กับการให้มี “คณะกรรมการนิรโทษกรรม” ทำหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดกรณีมีปัญหาที่คณะกรรมการนิรโทษกรรมจังหวัดไม่สามารถดำเนินการได้ หรือปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ รวมถึงพิจารณาอุทธรณ์ (ร่างมาตรา 6 - ร่างมาตรา 8)
3.ท่านเห็นด้วย หรือไม่ กับการให้หน่วยงานต่าง ๆ ในกระบวนการยุติธรรม ดำเนินการเพื่อให้เกิดการนิรโทษกรรม พ้นจากความผิดทั้งความรับผิดในทางอาญา แพ่ง และปกครองโดยสิ้นเชิง (ร่างมาตรา 9 - ร่างมาตรา 10)
4.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ กับการกำหนดให้บรรดาการกระทำที่เป็นเหตุให้บุคคลผู้ได้รับการนิรโทษกรรมตามกฎหมายนี้ เป็นเหตุให้ขาดคุณสมบัติในการได้รับจัดสรรที่ดินจากรัฐ ก็ให้ผู้นั้นได้รับคืนคุณสมบัติกลับมาและมีสิทธิได้รับจัดสรรที่ดินภายใต้นโยบายของรัฐ หรือตามที่กฎหมายบัญญัติ รวมทั้งได้รับสิทธิอื่น ๆ ของบุคคลและชุมชนที่มีอยู่แต่เดิม หรือเคยได้รับมาตามกฎหมาย หรือนโยบายอื่น ๆ ก่อนกฎหมายนี้ใช้บังคับ (ร่างมาตรา 11)
5.ท่านเห็นว่าปัจจุบัน ปัญหาด้านการบุกรุกและพื้นที่ทับซ้อนของประเทศไทย มีปัญหาอย่างไรบ้าง และการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้หรือไม่ เพียงใด
6.ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่น ๆ