โดยที่การบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 ใช้บังคับมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้สาระสำคัญของบัญญัติดังกล่าวไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากมีการกำหนดความผิดทางอาญาแก่ผู้ค้าประเวณีหรือผู้ให้บริการทางเพศโดยสมัครใจทำให้ผู้นั้นตกเป็นเหยื่อจากผู้แสวงหาประโยชน์ในความผิดทางอาญาดังกล่าว ซึ่งมิอาจเรียกร้องสิทธิของตนจากการถูกล่วงละเมิดหรือถูกเอาเปรียบและการถูกเลือกปฏิบัติเพราะผู้ให้บริการทางเพศมิได้เป็นอาชีพ
หรืองาน อีกทั้งยังมีการอาศัยช่องว่างของกฎหมายเพื่อขูดรีดและเอารัดเอาเปรียบจากเงื่อนไขทำงานของผู้ให้บริการทางเพศ ซึ่งในกฎหมายฉบับเดิมไม่สามารถแก้ไขปัญหาและยังส่งผลกระทบต่อทุกฝ่าย
ข้อเรียกร้องว่าการค้าประเวณีหรืองานบริการทางเพศถือว่าเป็นสิทธิ เสรีภาพในชีวิตและร่างกายของตนเองที่จะเลือกทำงานหารายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว จากสภาพการณ์ที่เป็นอยู่นี้สมควรที่จะยกเลิกความผิดทางอาญากับผู้ค้าประเวณีหรือผู้ให้บริการทางเพศ โดยคำนึงถึงสิทธิ เสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และไม่ถูกเลือกปฏิบัติ เพื่อให้ผู้ให้บริการทางเพศเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการสังคมเช่นเดียวกับแรงงานอื่น ๆ โดยยกเลิกพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 ทั้งฉบับและตรากฎหมายคุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศขึ้นใหม่ โดยกำหนดอายุผู้ให้บริการทางเพศที่สมัครใจมาทำงาน กำหนดมาตรการการออกใบอนุญาตจดทะเบียนและการกำกับดูแลสถานประกอบกิจการทางเพศ ทั้งนี้ เพื่อคุ้มครองการทำงานบริการทางเพศให้ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยทั้งต่อผู้ให้บริการทางเพศ ผู้ใช้บริการทางเพศและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บุคคลทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับการประกันสิทธิ รวมถึงการจัดตั้งศูนย์คุ้มครองการให้บริการทางเพศเพื่อฝึกอบรมและให้การช่วยเหลือผู้ให้บริการทางเพศให้ได้รับสิทธิ สวัสดิการตามที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งยังมุ่งปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ของประเทศไทย ตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ พ.ศ. 2522 กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง พ.ศ. 2509 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก พ.ศ. 2532 จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัตินี้ มีดังต่อไปนี้
1. หมวด 1 ผู้ให้บริการทางเพศ และผู้ใช้บริการทางเพศ
กำหนดให้ผู้ให้บริการทางเพศที่สมัครใจทำงานต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ถูกรับรองสิทธิ์ได้รับคุ้มครอง ครอบคลุมทั้งในช่วงทำงานและออกจากงานสิทธิของผู้ให้บริการทางเพศ ต้องได้รับค่าตอบแทนในอัตราที่เหมาะสม สิทธิที่จะปฏิเสธการให้บริการทางเพศ สิทธิบอกเลิกสัญญาให้บริการทางเพศ ได้รับสวัสดิการด้านสุขภาพเป็นผู้ประกันตนและได้รับสิทธิรักษาความลับ สิทธิในการร้องเรียนและขอรับความช่วยเหลือจากศูนย์คุ้มครอง สิทธิแนะนำตัวในการทำงาน ตามเงื่อนไขที่กำหนดหากมีคดีที่เกิดขึ้นจากข้อพิพาทระหว่างการทำงานให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลแรงงานผู้ใช้บริการทางเพศมีสิทธิที่จะปฏิเสธการใช้บริการทางเพศได้ ในกรณีพฤติการณ์อันเป็นความผิดของผู้ให้บริการทางเพศหรือผู้ประกอบกิจการทางเพศจะต้องคืนเงินค่าตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใดให้แก่ผู้ใช้บริการทางเพศ ทั้งนี้ตามสัดส่วนของการให้บริการทางเพศที่ดำเนินการไปแล้ว
2. หมวด 2 ผู้ประกอบกิจการทางเพศ
กำหนดให้ผู้ใดตั้งสถานประกอบกิจการทางเพศ เป็นผู้ประกอบกิจการทางเพศ ต้องมีใบอนุญาตและดำเนินการตามเงื่อนไขของใบอนุญาตกำหนดเท่านั้น ใบอนุญาตประกอบกิจการทางเพศมีอายุ 3 ปีสถานประกอบกิจการทางเพศ ต้องไม่อยู่ใกล้ชิดวัดหรือศาสนาสถาน โรงเรียน โรงพยาบาลหรือหอพักต้องไม่สร้างเดือดร้อนรำคาญ มีมาตรฐานความปลอดภัยในสถานบริการ ผู้ประกอบกิจการทางเพศมีหน้าที่จัดหาสวัสดิการด้านสุขภาพอนามัยให้แก่ผู้ให้บริการทางเพศ ผู้ใดหรือกลุ่มบุคคลที่เป็นธุระ จัดหา ยังคงมีความผิดอยู่ เว้นแต่ไปจดทะเบียนตั้งเป็นสถานประกอบการให้ถูกต้อง
3. หมวด 3 คณะกรรมการคุ้มครองการให้บริการทางเพศ และคณะอนุกรรมการคุ้มครองการให้บริการทางเพศจังหวัด
กำหนดให้มีคณะกรรมการคุ้มครองการให้บริการทางเพศ ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม อธิบดีกรมควบคุมโรค อัยการสูงสุด ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ ผู้แทนกลุ่มของผู้ประกอบกิจการทางเพศไม่เกินสามคน เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และผู้ทรงคุณวุฒิ
ซึ่งรัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้เป็นผู้แต่งตั้งไม่เกินสามคนเป็นกรรมการ และให้อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ประธานกรรมการแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการได้ไม่เกินสองคน โดยให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจ กำหนดนโยบาย แผนงาน ระเบียบการคุ้มครองการให้บริการทางเพศ การกำกับดูแลการประกอบกิจการทางเพศและการไกล่เกลี่ย ข้อพิพาทตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นต้น
ทั้งนี้ กำหนดให้มีคณะอนุกรรมการคุ้มครองการผู้ให้บริการทางเพศประจำจังหวัด ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานอนุกรรมการ อัยการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัด สวัสดิการและคุ้มครองแรงงงานจังหวัด ประกันสังคมจังหวัด เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และผู้แทนองค์กรของผู้ประกอบกิจการทางเพศไม่เกินสามคน ผู้แทนองค์กรของผู้ให้บริการ
ทางเพศไม่เกินสี่คน และผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนไม่เกินสามคน ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง
และให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ และให้มีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ โดยมีหน้าที่และอำนาจ กำกับดูแล
การคุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ และการประกอบกิจการทางเพศในจังหวัด ประสานงานงานระหว่างภาครัฐบาลและภาคเอกชน เป็นต้น
4. หมวด 4 ศูนย์คุ้มครองการให้บริการทางเพศ
กำหนดให้มีศูนย์คุ้มครองการให้บริการทางเพศ โดยมีหน้าที่และอำนาจรับเรื่องร้องเรียน จัดสวัสดิการสังคมให้ความช่วยเหลือผู้ให้บริการทางเพศเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองให้คำปรึกษา แนะนำ อำนวยความสะดวก ความปลอดภัยและช่วยเหลือให้สามารถ เข้าถึงสิทธิได้รับการจัดสวัสดิการสังคมและการรักษาพยาบาล ฝึกอบรมทักษะ และแก้ปัญหาการให้บริการทางเพศรวมทั้งกำหนดให้มูลนิธิ สมาคม องค์กรสาธารณะประโยชน์หรือองค์กรเอกชนอื่นใดที่ประสงค์จะจัดบริการเพื่อคุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ยื่นคำขอจดแจ้งต่ออธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวได้
5. หมวด 5 บทกำหนดโทษ
กำหนดโทษกับผู้ใช้บริการทางเพศบุคคลที่อายุต่ำกว่า 18 ปี และบุคคลที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ทั้งโดยสมัครใจหรือไม่ก็ตาม รวมไปถึงผู้ที่เป็นธุระจัดหา ล่อไป บุคคลที่อายุต่ำกว่า 18 ปี และบุคคลที่อายุต่ำกว่า 15 ปีมีกำหนดโทษผู้เป็นธุระจัดหาและผู้ประกอบกิจการทางเพศที่ไม่มีใบอนุญาตหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขตามใบอนุญาต เช่น ไม่ต่อใบอนุญาต แจ้งย้าย แจ้งเปลี่ยนสถานบริการ ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ
6. หมวด 6 บทเฉพาะกาล
กำหนดให้คดีที่มีประเด็นเกี่ยวเนื่องกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 ที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลใดในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ศาลซึ่งคดีนั้นค้างพิจารณาอยู่ คงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป และให้นำกฎหมายซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเฉพาะในทางที่เป็นคุณมาใช้บังคับจนกว่าคดีนั้นจะถึงที่สุด
1. ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง
1.1 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
1.2 กระทรวงมหาดไทย
1.3 กระทรวงแรงงาน
1.4 กระทรวงสาธารณสุข
2. ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยอ้อม
2.1 กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว
2.2 กรมการปกครอง
2.3 สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
2.4 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
2.5 สำนักงานอัยการสูงสุด
2.6 คณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ
2.7 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
2.8 สำนักงานประกันสังคม
2.9 กรมควบคุมโรค
2.10 สำนักงานศาลยุติธรรม (ศาลแรงงานกลาง และศาลแรงานภาค 1 ถึงภาค 9)
2.11 สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร
2.12 ผู้ประกอบกิจการทางเพศ
2.13 ผู้ให้บริการทางเพศ
2.14 ผู้ใช้บริการทางเพศ
2.15 มูลนิธิ สมาคม องค์กรสาธารณะประโยชน์ หรือองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน ด้านการคุ้มครองสตรี สิทธิเด็ก และการป้องกันการค้ามนุษย์
2.16 สำนักงบประมาณ
3. ผู้ที่เกี่ยวข้องทั่วไป
- ประชาชน
1.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดบทนิยามของถ้อยคำที่จำเป็นเพื่อการใช้อ้างอิงในการบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัตินี้ (ร่างมาตรา 4)
2.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ให้บริการทางเพศที่สมัครใจทำงาน ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ การกำหนดสิทธิและสวัสดิการพื้นฐาน และการกำหนดสิทธิในการทำงานของผู้ให้บริการทางเพศ รวมถึงการกำหนดกลไกคุ้มครองและระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานเกี่ยวกับการให้บริการทางเพศ (ร่างมาตรา 6 ถึงร่างมาตรา 23)
3.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดให้ผู้ใช้บริการทางเพศมีสิทธิปฏิเสธการรับบริการ และมีสิทธิได้รับเงินค่าตอบแทนคืนตามสัดส่วน หากการปฏิเสธนั้นเกิดจากความผิดของผู้ให้บริการหรือผู้ประกอบกิจการทางเพศ (ร่างมาตรา 15)
4.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการหรือผู้เป็นธุระจัดหาต้องจดทะเบียนขอใบอนุญาต (อายุ 3 ปี) โดยต้องตั้งสถานประกอบการให้ห่างจากศาสนสถาน โรงเรียนโรงพยาบาล หรือหอพัก ไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ มีมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงต้องมีหน้าที่จัดหาสวัสดิการด้านสุขภาพให้แก่ผู้ให้บริการทางเพศ (ร่างมาตรา 24 ถึงร่างมาตรา 36)
5.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับกำหนดให้มีคณะกรรมการคุ้มครองการให้บริการทางเพศ และคณะอนุกรรมการคุ้มครองการให้บริการทางเพศจังหวัด โดยมีองค์ประกอบและที่มาของคณะกรรมการฯ และอนุกรรมการฯ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการดังกล่าว (ร่างมาตรา 37 ถึงร่างมาตรา 49)
6.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดให้มีศูนย์คุ้มครองการให้บริการทางเพศเพื่อทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียน ให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิ สวัสดิการ และการฝึกอบรมทักษะ รวมถึงเปิดให้องค์กรเอกชนที่ประสงค์จะร่วมจัดบริการคุ้มครองสามารถยื่นจดแจ้งต่ออธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวได้ (ร่างมาตรา 50 ถึงร่างมาตรา 52)
7.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดบทลงโทษทางอาญาแก่ผู้ใช้บริการและผู้เป็นธุระจัดหาบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี และ 15 ปี (ทั้งโดยสมัครใจและไม่สมัครใจ) รวมถึงบทลงโทษผู้ประกอบกิจการทางเพศที่ไม่มีใบอนุญาต หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขและมาตรการคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนด (ร่างมาตรา 53 ถึงร่างมาตรา 65)
8.ท่านเห็นว่าในปัจจุบันพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 มีปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการหรือมีผลกระทบต่อประชาชนหรือไม่ อย่างไร และการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะสามารถให้ความคุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ และการให้ได้รับสิทธิต่าง ๆ หรือไม่ เพียงใด
9.ข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอื่น ๆ (ถ้ามี)