ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมนี้มีหลักการให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญได้ เพื่อเสริมสร้างกลไกตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจในระบอบประชาธิปไตย เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยสมควรรับรองบทบาทของประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีอำนาจในการตรวจสอบและลงโทษบุคคลและองค์กรต่าง ๆ อันกระทบกระเทือนต่อหลักนิติธรรม ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม จึงสมควรมีกลไกที่ประชาชนที่สามารถเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระได้ โดยหลักการดังกล่าวเคยปรากฏในรัฐธรรมนูแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 และ 2550 อันเป็นการสร้างสมดุลและความยึดโยงระหว่างองค์กรอิสระกับประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อประชาชนในระบอบประชาธิปไตย จึงจำเป็นต้องตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนี้
สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับนี้ กำหนดให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20,000 คน หรือสมาชิกรัฐสภาจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 (ประมาณ 140 คน) มีสิทธิเข้าชื่อกันเพื่อริเริ่มกระบวนการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เช่นเดียวกันกับกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีพฤติการณ์ คือ
1. ร่ำรวยผิดปกติ
2. ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่
3. ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
4. ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
5. ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย
6. ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ทั้งนี้ กำหนดกระบวนการให้ยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภาพร้อมด้วยหลักฐาน โดยประธานรัฐสภาตรวจสอบและใช้ดุลยพินิจเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระจากผู้ซึ่งมีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เพื่อไต่สวนหาข้อเท็จจริง และดำเนินการเช่นเดียวกันกับการยื่นถอดถอนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต่อไป
ตารางเปรียบเทียบ (ดาวน์โหลดเอกสารประกอบ)
ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง
1. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
2. สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
3. สำนักงานศาลยุติธรรม
ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยอ้อม
1. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
2. สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน
3. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
4. สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
5. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
6. สำนักงานอัยการสูงสุด
7. องค์กรต่อต้านคอรัปชัน (ประเทศไทย) (Anti–Corruption Organization of Thailand)
8. มูลนิธิต่อต้านการทุจริต (Anti–Corruption Foundation)
9. มูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
10. เครือข่ายความร่วมมือป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน (KRAC Network)
ผู้ที่เกี่ยวข้องทั่วไป
ประชาชน
1.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภาจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 20,000 คน มีสิทธิเข้าชื่อกล่าวหาว่า กรรมการการเลือกตั้ง หรือผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผู้ใดมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริต ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยให้ยื่นต่อประธานรัฐสภาเพื่อเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อดำเนินการเช่นเดียวกันกับการยื่นถอดถอนคณะกรรมการ ป.ป.ช. (ร่างมาตรา 3 ถึงร่างมาตรา 6)
2.ท่านเห็นว่าการตรวจสอบการทุจริตและมาตรฐานทางจริยธรรมของกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญมีความครอบคลุมหรือไม่ อย่างไร และการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนี้โดยสามารถถอดถอนคณะกรรมการในองค์กรอิสระทุกองค์กร จะแก้ปัญหาดังกล่าวได้หรือไม่ เพียงใด
3.ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่น ๆ (ถ้ามี)