ร่างพระราชบัญญัตินี้มีหลักการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร เพื่อยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารในยามปกติที่ไม่มีภัยสงคราม และยกระดับคุณภาพชีวิตและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของทหารกองประจำการ เนื่องจากประเทศไทยมีระบบเกณฑ์ทหารที่บังคับชายไทยบางส่วนเข้ารับราชการทหารในห้วงเวลาที่ไม่มีภัยสงคราม นำไปสู่การลิดรอนเสรีภาพในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพในระดับปัจเจกบุคคล และการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ในวัยทำงานออกจากระบบเศรษฐกิจในระดับประเทศ หากยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารเพื่อให้กองทัพประกอบด้วยเพียงบุคคลที่สมัครใจเข้ารับราชการทหารจะทำให้กองทัพดำเนินภารกิจรักษาความมั่นคงของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากทำควบคู่กับการลดยอดกำลังพลที่ไม่จำเป็น การยกระดับคุณภาพชีวิต และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของทหารกองประจำการ จะนำไปสู่จำนวนผู้สมัครใจที่สูงขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัตินี้ มีดังต่อไปนี้
1. ปรับปรุงให้การรับราชการทหารกองประจำการเป็นสิทธิของบุคคลที่มีสัญชาติไทย แทนหน้าที่ของชายที่มีสัญชาติไทย โดยชายไทยที่มีอายุย่างเข้า 18 ปี จะถูกบรรจุเป็นทหารกองเกินโดยอัตโนมัติตั้งแต่ 1 มกราคม ของปีถัดไป สำหรับภูมิลำเนาทหารให้ถือเอาตามที่อยู่ทะเบียนบ้านของบุคคล
2. ปรับปรุงการรับบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการ ให้ใช้วิธีรับสมัครและคัดเลือกจากผู้ที่ประสงค์เท่านั้น แทนการเรียกมาตรวจเลือก และจะมีระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่เป็นทหารกองประจำการเกิน 5 ปีไม่ได้ และให้คำนึงถึงโอกาสความก้าวหน้าทางอาชีพเพื่อเป็นข้าราชการทหารชั้นประทวนและสัญญาบัตร
3. กำหนดกรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่าประเทศอาจเผชิญสงครามในระยะเวลาอันใกล้ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกและตรวจเลือกคนเข้ากองประจำการ เพื่อให้ทหารกองเกินที่มีอายุ 18-30 ปี เข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองประจำการ ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ในกฎกระทรวง ซึ่งต้องไม่เกินคราวละ 1 ปี
4. กำหนดให้หลักสูตรการฝึกทหารเป็นไปตามคำสั่ง ระเบียบ หรือหลักสูตรสากลและกฎหมายทหารระหว่างประเทศ มีการส่งเสริมหลักการประชาธิปไตย และวิธีการฝึกมีการประกันความปลอดภัย สวัสดิภาพ สิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทหารกองประจำการทุกคน
5. บัญญัติห้ามบุคคลใช้ทหารกองประจำการทำงานในลักษณะที่เป็นงานรับใช้ส่วนตัว และห้ามการละเมิดต่อร่างกายหรือจิตใจหรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากมีการกระทำผิดต้องมีการสอบสวนโดยเร็ว กรณีข้าราชการให้ถือว่าผิดวินัยร้ายแรง และให้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ การละเมิดฯ ข้างต้น ให้ถือเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายอีกด้วย
6. ปรับปรุงระยะเวลาการปลดทหารกองหนุนประเภทที่ 1 ให้สอดคล้องกับประเภทที่ 2 สำหรับเงื่อนไขการปลดทหารเป็นประเภทที่ 1 หรือ 2 และระยะเวลาการปลดทหารกองหนุนประเภทที่ 2 กำหนดไว้คงเดิม
7. เปลี่ยนระวางโทษทั้งหมดเป็นโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท ยกเว้นความผิดฐานทำร้ายตนเองเพื่อให้พ้นจากการรับราชการทหาร ไม่มีระวางโทษปรับ
ตารางเปรียบเทียบร่างแก้ไขเพิ่มเติม ดาวน์โหลดเอกสารประกอบ
1. ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง
1.1 สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
1.2 กองบัญชาการกองทัพไทย
1.3 กองทัพบก
1.4 กองทัพเรือ
1.5 กองทัพอากาศ
2. ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยอ้อม
2.1 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
2.2 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
2.3 สำนักงานศาลยุติธรรม
2.4 สำนักงานศาลปกครอง
2.5 สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
2.6 สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
2.7 กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
2.8 มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
2.9 สมาคมแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย
3. ผู้ที่เกี่ยวข้องทั่วไป
- ประชาชน
1.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการปรับปรุงให้การรับราชการทหารกองประจำการเป็นสิทธิของบุคคลที่มีสัญชาติไทย แทนหน้าที่ของชายที่มีสัญชาติไทย โดยชายไทยที่มีอายุย่างเข้า 18 ปี จะถูกบรรจุเป็นทหารกองเกินตั้งแต่ 1 มกราคม ของปีถัดไป และภูมิลำเนาทหารให้ถือเอาตามที่อยู่ทะเบียนบ้านของบุคคล
2.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการปรับปรุงการรับบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการ ให้ใช้วิธีรับสมัครและคัดเลือกจากผู้ที่ประสงค์เท่านั้น แทนการเรียกมาตรวจเลือก และห้ามมีระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่เป็นทหารกองประจำการเกิน 5 ปี และให้คำนึงถึงโอกาสความก้าวหน้าทางอาชีพเพื่อเป็นข้าราชการทหาร
ชั้นประทวนและสัญญาบัตร
3.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดกรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่าประเทศอาจเผชิญสงครามในระยะเวลาอันใกล้ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกและตรวจเลือกคนเข้ากองประจำการ เพื่อให้ทหารกองเกินที่มีอายุ 18-30 ปี เข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองประจำการ ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ในกฎกระทรวง ซึ่งต้องไม่เกินคราวละ 1 ปี
4.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดให้หลักสูตรการฝึกทหารเป็นไปตามคำสั่ง ระเบียบ หรือหลักสูตรสากลและกฎหมายทหารระหว่างประเทศ มีการส่งเสริมหลักการประชาธิปไตย และวิธีการฝึกมีการประกันความปลอดภัย สวัสดิภาพ สิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทหารกองประจำการทุกคน
5.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการบัญญัติห้ามบุคคลใช้ทหารกองประจำการทำงานในลักษณะที่เป็นงานรับใช้ส่วนตัว และห้ามการละเมิดต่อร่างกายหรือจิตใจหรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากมีการกระทำผิดต้องมีการสอบสวนโดยเร็ว โดยกรณีข้าราชการให้ถือว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง และให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ทั้งนี้ การละเมิดต่อร่างกายหรือจิตใจหรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ให้ถือเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน
และปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายด้วย
6.ท่านเห็นว่ากฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารมีปัญหาหรือไม่ อย่างไร และการเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้จะแก้ไขปัญหานั้นได้หรือไม่ เพียงใด
7.ข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอื่น ๆ (ถ้ามี)