กฎหมายการแข่งขันทางการค้า เป็นกฎหมายเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจการค้าในประเทศเป็นอย่างมาก ทั้งด้านการสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นในตลาด ซึ่งผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากการแข่งขันทางการค้า โดยสามารถเลือกซื้อสินค้าได้หลากหลาย มีคุณภาพ และราคาถูกลง ในประเทศที่พัฒนาแล้วจะให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น แต่ระบบตลาดสินค้าและบริการของประเทศไทย มีโครงสร้างตลาดส่วนใหญ่เป็นตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด (Monopolistic Competition) และตลาดผู้ขายน้อยราย ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่มีความได้เปรียบและใช้อำนาจตลาดที่มีอยู่กลั่นแกล้ง หรือจำกัดโอกาสในการดำเนินธุรกิจของคู่แข่งขันที่มีขนาดเล็กได้ง่าย
สำหรับประเทศไทยมีกฎหมายการแข่งขันทางการค้าที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน คือ พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ซึ่งรัฐบาลในขณะนั้น ได้มีนโยบายให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มุ่งสู่การเป็นชาติการค้า (Trading Nation) และมีนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจไทย ในรูปแบบโมเดล “ไทยแลนด์ 4.0” จึงได้มีการทบทวนพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 ขึ้น เนื่องจากบทบัญญัติหลักในบางบริบทเป็นการตราขึ้นให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจการค้าในขณะนั้น และเพื่อเร่งให้มีการปรับปรุงแก้ไขให้กฎหมายมีความทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ อันจะส่งผลต่อการส่งเสริม สร้างบรรยากาศการค้า การลงทุน โดยคำนึงถึงความสะดวก รวดเร็ว และลดภาระของประชาชนเป็นสำคัญ รวมทั้งการสอดรับกับนโยบายการเป็นชาติการค้า (Trading Nation) และนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจไทย ในรูปแบบโมเดล “ไทยแลนด์ 4.0” อย่างไรก็ตาม จากบังคับใช้พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 พบว่า ยังมีบทบัญญัติหลายประการ ที่ยังขาดสภาพบังคับอันจะทำให้การลดการผูกขาดทางการค้าของไทยให้มีประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อพัฒนากลไกการควบคุมการแข่งขันทางการค้าของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ สร้างระบบเศรษฐกิจที่แข่งขันอย่างเป็นรูปธรรม จึงจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายฉบับดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งขอบเขตการบังคับใช้ การปรับปรุงประสิทธิภาพของคณะกรรมการ ตลอดจนการกำหนดบทลงโทษให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน
ตารางเปรียบเทียบร่างพระราชบัญญัติ (ดาวน์โหลดเอกสารประกอบ)
1. ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง
1) กระทรวงพาณิชย์
2) สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
2. ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยอ้อม
1) กระทรวงการคลัง
2) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
3) กระทรวงยุติธรรม
4) กระทรวงอุตสาหกรรม
5) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
6) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
7) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
8) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
9) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
10) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
11) สภาองค์กรของผู้บริโภค
12) สมาคมผู้ค้าปลีกไทย
3. ผู้ที่เกี่ยวข้องทั่วไป
ประชาชน
1. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไรกับการยกเลิกบทยกเว้นการใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้ากับบุคคลบางกลุ่ม
2. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไรกับการกำหนดองค์ประกอบ คุณสมบัติ หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า รวมถึงที่มาและกระบวนการการคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการ
3. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไรกับองค์ประกอบคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
4. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไรกับการกำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ต้องเผยแพร่คำวินิจฉัยฉบับเต็มของคณะกรรมการและคำวินิจฉัยส่วนบุคคลของกรรมการทุกคนต่อสาธารณะ รวมถึงกำหนดให้ต้องเสนอรายงานประจำปีต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นประจำทุกปี
5. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไรกับการกำหนดคุณสมบัติของเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
6. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไรกับการกำหนดลักษณะของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด และการประกอบธุรกิจที่ต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
7. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไรกับการกำหนดข้อห้ามการร่วมธุรกิจ และข้อยกเว้นการร่วมธุรกิจบางประเภท เช่น กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ หรือชุมนุมสหกรณ์ซึ่งมีกฎหมายรับรอง และมีวัตถุประสงค์ดำเนินการทางธุรกิจเพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพของเกษตรกร
8. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไรกับการเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับความผิดที่มีโทษปรับเป็นพินัย
9. ท่านเห็นว่าพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มีปัญหาและอุปสรรคในการบังคับใช้หรือไม่ อย่างไร และการแก้ไขพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ตามร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... สามารถแก้ไขปัญหา อุปสรรคที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร
10. ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่น ๆ