'ออนไอที วัลเลย์' ต้นแบบเกษตรอัจฉริยะ


ฉบับวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
กระทรวงดีอี ชู "ออนไอที วัลเลย์ วิถีล้านนา" จ.เชียงใหม่ ชุมชนต้นแบบเกษตรอัจฉริยะ สร้างเป็นศูนย์บ่มเพาะเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ เกษตรกร และชุมชน สร้างรายได้ต่อยอดสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะ
ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อระบบนิเวศสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลเชียงใหม่ Smart Agriculture ณ Oon IT Valley เมืองไอที วิถีล้านนา หรือ ออนไอที วัลเลย์ ที่จังหวัดเชียงใหม่ได้รับการสนับสนุน และความร่วมมือจากหลายภาคส่วน อาทิ สำนักส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และบริษัท โปรซอฟท์ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ และเกษตรกร ให้มีความรู้ ความสามารถในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมายกระดับสินค้าและบริการให้มีขีดความสามารถของการแข่งขันภายใต้สภาวะที่มีการแข่งขันสูง สามารถพึ่งพาตนเองและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน เป็นรากฐานที่ต่อยอดสู่ความเป็นสมาร์ท ซิตี้ ของจังหวัดเชียงใหม่ในอนาคต
ออนไอที วัลเลย์ ตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นชุมชนต้นแบบที่มีการผสมผสานเรื่องของไอทีเข้ากับวิถีในแบบล้านนาได้อย่างลงตัว เปรียบเสมือนชุมชนไอทีแห่งการแบ่งปันเพื่อเอสเอ็มอี ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก โปรซอฟท์ แบ่งปันซอฟต์แวร์ ทางด้านบัญชีมาให้บริษัท Tech StartUp ใช้ฟรี เป็นเวลา 2 ปี จนกว่าจะสามารถตั้งตัวได้ นอกจากนี้ในพื้นที่ ยังมี Dutch Farm แหล่งท่องเที่ยวที่สามารถให้ คนทั่วไปได้ใกล้ชิดสัตว์นานาชนิด มีระบบ IBeacons เทคโนโลยีการบอกตำแหน่งและส่งข้อมูลโดยตรงไปยังสมาร์ทโฟน เพื่อสื่อสารให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ สินค้าอินทรีย์แปรรูป ของเกษตรกรที่เข้ามาขายสินค้าด้วย
"ภายในศูนย์ฯ มีการนำนวัตกรรมการเพาะปลูกข้าวสมัยใหม่แบบแม่นยำ เพื่อลดการใช้น้ำในการเพาะปลูกข้าวด้วยหลักการการแกล้งข้าว พัฒนาระบบและแอพพลิเคชั่นต้นแบบ ระบบฟาร์มอัจฉริยะสำหรับการปลูกข้าวอินทรีย์ ติดตั้งโครงข่ายอุปกรณ์ตรวจวัดปัจจัยสภาพอากาศแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตรวจวัดปัจจัยต่างๆ ในแปลงนาได้แบบเรียลไทม์ และยังเป็นสถานที่ในการฝึกอบรมเกษตรกรในการฝึกหัดการใช้ อากาศยานไร้คนขับเพื่อการเกษตร สร้างความรู้เบื้องต้นให้เกษตรกรที่สนใจเทคโนโลยี ใช้ฉีดพ่นยา ลดภาวะเจ็บป่วยจากการพ่นสารเคมีที่เสี่ยงอันตราย ซึ่งมีการอบรมไปแล้ว 1 รุ่น 30 รายและคาดว่าจะมีการขยายผลไม่น้อยกว่า 100 รายในปี 2562".
--จบ--

--เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 18 ม.ค. 2562 (กรอบบ่าย)--

.....เดลินิวส์ (กรอบบ่าย)