คอลัมน์ : หมายเหตุบ้านเมือง : เรื่องของ 'เวชชาชีวะ'


คอลัมน์ : หมายเหตุบ้านเมือง : เรื่องของ 'เวชชาชีวะ'


          ถ้าผมเป็น นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ นักการเมืองค่าย  ไทยรักไทย  ก็คงกระอักกระอ่วนใจไม่น้อย เมื่อต้องเผชิญกับมรสุมการเมือง และมรสุมครอบครัวพร้อมๆ กัน ใครจะเชื่อตามที่ นายนิสสัย เวชชาชีวะ หรือทูตนิสสัย บิดาของนายสุรนันทน์ ออกมายืนยันว่า ไม่มีอะไรในกอไผ่ ครอบครัวมิได้กดดันลูกชายก็ตามใจนะครับ แต่ก่อนหน้า 2-3 สัปดาห์ มีข่าวกระพือตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
          ประสาคนหาข่าว มีข้อเท็จจริงมาเข้าหูผมว่า นายสุรนันทน์ รู้สึกเบื่อหน่ายเกมการเมืองของพรรคมานานแล้ว แต่ที่ไม่แสดงอาการก็เพราะอยากรักษาพรรค  ไทยรักไทย  เอาไว้ และอยากทำหน้าที่ของตัวจนถึงที่สุด
          ในแวดวงข่าวเพื่อนฝูงสุรนันทน์ ก็มีอยู่มาก ผลงานของพรรคหรือภาพพจน์ของพรรคก็เขานี่แหละช่วยทั้งทางตรงและทางอ้อม
          ด้วยสายสัมพันธ์ที่ดีกับนักข่าวบางครั้ง เมื่อทนต่อความอัดอั้นตันใจไม่ไหวเขาก็เคยเผลอไประบายความในกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ อยู่บ่อยๆ คือพฤติกรรมปากเป็นพิษของท่านหัวหน้า มักมีวลีเหม็นๆ มาให้ลูกน้องในทีมโฆษกมาตามแก้เป็นหนังหน้าไฟแทบทุกวัน
          ฟางเส้นสุดท้ายก็ตอนกำเริบเรื่อง  คนมีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ
          แม้คนไทยบางส่วนยังแกล้งโง่ หรือโง่จริงๆ จึงไม่รู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีรักษาการ หมายถึงใคร แต่คนในครอบครัว  เวชชาชีวะ  โดยเฉพาะคุณพ่อนิสสัย ซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก และตระกูลก็มีความผูกพันต่อสถาบันฯ ทั้งที่ได้รับนามสกุลพระราชทาน ทั้งความเป็นคนไทยที่มีความจงรักภักดีจึงสิ้นสุดความอดทน
          คนใกล้ตัวนายสุรนันทน์ รู้ดีว่าเขาไปอเมริกาเที่ยวนี้เพราะอะไร มิใช่เรื่องน้อยเนื้อต่ำใจจากการมอบหมายหน้าที่อย่างเด็ดขาด นั่นกลับทำให้โล่งใจเหมือนยกภูเขาออกจากอกมากกว่า
          การเดินทางไปต่างประเทศแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ก็เพราะต้องการทบทวนความเป็นมา อีกทั้งเตรียมการตัดสินใจตามคำขอร้องของทูตนิสสัย ผู้เป็นบิดาที่ยื่นโนติสว่า หากนายสุรนันทน์ ไม่ลาออกจากตำแหน่ง หรือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย ครอบครัวก็จะไม่ยินยอมให้ใช้นามสกุล  เวชชาชีวะ  อีกต่อไป
          ข้อแม้ที่ 2 เมื่อลาออกจากสมาชิกพรรคไทยรักไทย แล้วให้ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์
          สุดท้ายถ้านายสุรนันทน์ ยังเห็นพรรคไทยรักไทยดีกว่าครอบครัว ทูตนิสสัย ก็อาจจะลงสมัครเป็นสมาชิกบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์เสียเอง
          แรงบีบแบบนี้จึงทำให้นายสุรนันทน์ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก วันแรกที่กลับมาจากอเมริกาเพื่อร่วมทำบุญวันครบรอบจัดตั้งพรรคไทยรักไทย เขาจึงให้สัมภาษณ์แบบหาทางออกให้กับตัวเองว่า การเดินทางไปต่างประเทศทำให้ได้รับข้อมูลมาอีกด้าน ซึ่งผู้ใหญ่ในพรรคควรนำไปปรับปรุง
          ส่วนการตัดสินใจทางการเมือง นายสุรนันทน์ จัดความสำคัญไว้ 3 ข้อ โดยยกความสำคัญให้กับครอบครัวเป็นอันดับแรก
          การให้ข่าวอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ของนายสุรนันทน์ จึงตรงกับกระแสข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้น นั่นคือ ครอบครัวของนายสุรนันทน์ ซึ่งเป็นครอบครัวใหญ่เริ่มมีปัญหา และถ้ามันรุมเร้าจริงๆ เขาก็ต้องเลือกเอาพ่อ-แม่-ลูก-เมีย ไว้ก่อน
          เมื่ออะไรค่อนข้างชัดเจน พอเจอหน้า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ณ ที่ทำการพรรคฯ จึงโดนแซวแบบโดนใจดำว่า  ยังอยู่หรือ  แถมมีรายงานอีกว่า คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยานายกฯ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กันก็แสดงอาการออกไม่ยอมรับไหว้นายสุรนันทน์ด้วย
          ปฏิกิริยาของหัวหน้าพรรคและภริยาหัวหน้าพรรค น่าตำหนิอยู่พอสมควร เพราะอย่างน้อย นายสุรนันทน์ ได้ทำผลงานให้กับ  นายใหญ่-นายหญิง  มาหลายครั้ง เป็นเดือดเป็นร้อนทุกๆ ครั้งถ้ามีใครมาแตะลูกพี่ หรือแตะพรรคฯ รวมทั้งการประสานงานกับสื่อในเรื่องอื่นๆ จึงควรเปิดใจกว้าง และเข้าใจความเป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ ถ้านายสุรนันทน์ ไม่สนพ่อ ไม่เกรงใจครอบครัว อย่างนั้นซิจึงเป็นเรื่องแปลก
          คราวก่อนก็แล้ว เขาไปลาบวชก็ไล่ออก อีกคนจะเคลียร์งานให้ก่อน 1 เดือน ค่อยอำลาก็เจอไล่ส่ง เที่ยวนี้เกิด 3 ส.  สุรนันทน์-สมคิด-สุรเกียรติ์  ทิ้งพรรคพร้อมๆ กัน นาวารัฐ  ไทยรักไทย  ถึงกาลอวสานแน่ๆ
เหล็กน้ำพี้--จบ--


.....บ้านเมือง