"เพื่อแผ่นดิน"รอพิจารณางบก่อนตัดสินถอนร่วมรบ."รช."อุบท่าทีพรรคร่วม"อัมมาร"แนะยุบสภาด่ากันไร้ประโยชน์ | |
"เพื่อแผ่นดิน"รอพิจารณางบก่อนตัดสินใจอนาคต "อัมมาร"แนะยุบสภา บอกชี้หน้าด่ากันไร้ประโยชน์ "ประดิษฐ์"อุบท่าทีพรรคร่วม ชี้ทุกคนต้องร่วมแก้วิกฤต องค์กรนิรโทษกรรมสากลฯร้องให้รัฐบาลไทยเคารพเสรีภาพแสดงความเห็น อธิการบดีมหาวิทยาลัย 21แห่งมีมติให้"สมัคร"ยุบสภาทันทีแก้วิกฤต-ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จี้นายกฯไขก๊อก (คลิกอ่าน รวมแถลงการณ์จี้"สมัคร"ลาออก-ค้านประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน) "เพื่อแผ่นดิน"รอพิจารณางบก่อนตัดสินใจถอนหรือไม่ นายไชยยศ จิรเมธากร โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยจุดยืนของพรรคต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ปะทะกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เรียกร้องให้ทุกฝ่ายแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี และพรรคจะติดตามวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองตลอดเวลา นอกจากนี้ย้ำว่า ขณะนี้พรรคเพื่อแผ่นดิน ยังคงอยู่ร่วมรัฐบาล แต่จะวิเคราะห์สถานการณ์แบบวันต่อวัน ขณะเดียวกัน นายไชยยศ กล่าวอีกว่า การตัดสินใจถึงอนาคตในการร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น ไม่เกี่ยวกับการพิจารณางบประมาณ และพร้อมสนับสนุนแก้ไขปัญหาด้วยวิธียุบสภา แต่มีข้อแม้ว่า ต้องตอบคำถามของสังคมให้ได้ว่าเมื่อยุบแล้ว ปัญหาจะยุติหรือ "อัมมาร"แนะยุบสภา บอกชี้หน้าด่ากันไร้ประโยชน์ นายอัมมาร สยามวาลา รักษาการประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่า จะมีการเสนอให้มีนายกรัฐมนตรี พระราชทานเพื่อเป็นทางออกในการแก้ปัญหาบ้านเมือง ว่า ตนเห็นว่า คงไม่เหมาะ เพราะการดำเนินการใดๆ ต้องให้อยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้เห็นว่า สถานการณ์ในขณะนี้การแก้ปัญหาดีที่สุด ก็คือ เพื่อรัฐสภา ซึ่งหากทำงานกันไม่ได้ก็ต้องยุบสภาผู้แทนราษฎร แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงตัวนายกรัฐญมนตรีและมีอะไรเกิดขึ้นตามมา รัฐสภาก็ต้องรับผิดชอบ รวมถึงมองว่า การมาชี้หน้าด่ากันไปมาไม่มีประโยชน์ ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองทำให้ต้นทุนการกู้เงินจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 เพราะต่างชาติมองว่า ความเสี่ยงภายในประเทศของไทยมีมากขึ้น ขณะที่หลายสถาบันสำหรับความน่าเชื่อถือได้เตรียมลดอันดับความน่าเชื่อถือของไทยลง อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่า รัฐบาลคงต้องเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจกต์ เพราะขณะนี้การลงทุนของภาครัฐในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาไม่มีเลย ม.มหาสารคามแถลงการณ์ไล่รบ. จี้เลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อเวลา 11.00 น.ที่บริเวณใต้ถุนอาคาร พิพิธภัณฑ์บ้านอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม องค์กรวิชาชีพ องค์กรสื่อมวลชน ประกอบด้วยกลุ่มประชาสังคมจังหวัดมหาสารคาม ชมรมนักวิชาการเพื่อประชาธิปไตย ประธานเครือข่ายคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย สมาคมสื่อมลชนจังหวัดมหาสารคาม นักวิชาการ และ นิสิตนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม นำโดย ผศ.เรืองยศ จันทรสามารถ รศ.สุทธิพงศ์ หกสุวรรณ นายตะวัน เกียรติบุญญฤทธิ์ นายธัญญา สังขพันธานนท์ ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ขับไล่รัฐบาล นายตะวัน กล่าวว่า จากเหตุการณ์การปลุกมวลชนจัดตั้งให้เข้าทำร้ายประชาชนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก รัฐบาลได้ฉวยโอกาสประกาศ พ.ร.ก.ภาวะฉุกเฉิน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เครือข่ายองค์กรวิชาชีพ และองค์กรสื่อมวลชน ไม่อาจยอมรับการกระทำของรัฐบาลได้ จึงขอเรียกร้อง 1.ให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ประกาศยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯโดยเร็วที่สุด 2. ขอให้ นายสมัครลาออกโดยทันที เพราะรัฐบาลหมดความชอบธรรมในการบริหารบ้านเมืองแล้ว 3.หากนายสมัครยังคงดื้อดึง ขอให้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ในฐานะประธานคณะกรรมการผู้รับผิดชอบการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ใช้วิธีกดดันและเรียกร้องให้นายสมัครลาออก 4.ขอเรียกร้องให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจและนิสิตนักศึกษาที่มีจิตใจรักประชาธิปไตยออกมาร่วมต่อต้านรัฐบาล 5.ขอสนับสนุนการใช้มาตรการกดดันต่างๆ ของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อกดดันให้รัฐบาลประกาศลาออก 6.ขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงรายงานข่าวอย่างเที่ยงตรง ไม่มีการบิดเบือนข้อมูลหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง 7.ขอให้สมาชิกองค์กรวิชาชีพครูภาคอีสาน ที่เคยร่วมกันคัดค้านการโอนย้ายโรงเรียนไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ออกมาแสดงพลังอารยะขัดขืนต่อต้านรัฐบาลนายสมัคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเย็น ทางเครือข่ายจะจัดรถบัสให้กับสมาชิกที่ต้องการเดินทางไปร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ อีกทั้งจะเปิดเวทีปราศรัย บริเวณสนามหน้าสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคามอีกด้วย ม.ราชภัฎโคราชแถลงการณ์ประณามพธม.-นปช.รุนแรง ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 12.00 น. ที่ห้องประชุมศูนย์ศึกษาการพัฒนาครู คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ว่า ดร.อดิศร เนาวนนท์ รองคณบดีคณะครุศาตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พร้อมด้วย ผศ.ปรีชา คล้ามพักตร์ ประธานสภาคณาจารย์ มหาวิทยาลันราชภัฏ นครราชสีมา นายศรายุทธ ปานมะเริง กรรมาธิการสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏและนายศักดิ์ วีระพงศ์ ประธานองค์กรครูโคราช ได้ร่วมกันแถลงข่าวพร้อมออกแถลงการณ์ประณามเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ(นปช.) ปะทะกลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ผศ.ปรีชาได้อ่านคำแถลงการณ์ว่า ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งกลุ่มพันธมิตรฯ และกลุ่ม นปช.ยุติการชุมนุมประท้วงสร้างความเสื่อมเสียให้กับประเทศ และประณามการกระทำของทั้ง 2 กลุ่ม โดยเฉพาะการใช้ความรุนแรงของฝ่ายพันธมิตรฯ ที่ใช้กำลังในการบุกยึดสถานีโทรทัศน์ NBT และประณามกลุ่ม ส.ส.ของพรรคพลังประชาชนที่นำประชาชนไปปะทะกับกลุ่มพันธมิตรฯ นอกจากนี้ยังได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาทันที เนื่องจากสภาคณาจารย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เห็นว่าส.ส.ของพรรคประชาชนเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหา จากการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อันเป็นเงื่อนไขสำคัญในการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ จนลุกลามและไม่สามารถควบคุมได้ และในรอบ 7 เดือนที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรยังไม่สามารถออกกฎหมายสำคัญๆ เพื่อใช้ในการบริหารประเทศได้ สภาคณาจารย์ ถือว่าสภาผู้แทนราษฏรชุดนี้มีความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่อย่างร้ายแรงและไม่ควรที่จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป นอกจากนี้คำแถลงการณ์ยังเรียกร้องขอให้แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯทั้ง 9 คนแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการเข้ามอบตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางศาล และขอให้รัฐบาลแสดงความจริงใจติดตามตัวอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและครอบครัวมาดำเนินคดีในประเทศโดยการยกเลิกหนังสือเดินทางทุกเล่มทันที พร้อมทั้งยังได้เรียกร้องให้นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำคนสำคัญของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ให้ออกมาแสดงจุดยืนทางการเมือง สมศักดิ์ศรีที่ประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมาไว้วางใจด้วยการถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลทันที "ประดิษฐ์"อุบท่าทีพรรคร่วม ชี้ทุกคนต้องร่วมแก้วิกฤตประเทศ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กล่าวเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ว่า เมื่อมีการประกาศภาวะฉุกเฉินในเขตกรุงเทพมหานคร ก็ต้องดูสถานการณ์เป็นอย่างไรและให้คณะทำงานที่รับผิดชอบทำงานไปก่อน ทั้งนี้ คิดว่าควรจะแยกแยะการพิจารณางบประมาณออกจากการหาทางออกเรื่องนี้ เนื่องจากไม่เกี่ยวข้องกัน แต่เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันรับผิดชอบ เพราะงบประมาณจะนำพาประเทศ จึงต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนรอบคอบ ส่วนกรณีที่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ระบุว่ารัฐสภาควรมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหามากกว่าที่เป็นอยู่นั้น นายประดิษฐ์ กล่าวว่า ไม่ออกความเห็น คณะทำงานตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ จึงขอให้คณะทำงานและผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการก่อน เมื่อถามว่า ผบ.ทบ.ยืนยันแล้วว่าเรื่องการเมืองควรแก้ด้วยการเมือง นายประดิษฐ์ กล่าวว่า เท่าที่รับฟัง คิดว่าพล.อ.อนุพงษ์ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ทั้งนี้ ตนพยายามใช้วิธีประนีประนอมมากที่สุด และจะเป็นตัวกลางเข้าไปเจรจา จึงไม่อยากให้รีบร้อนหรือสรุปไปว่า จะไม่มีการดำเนินการใดๆ หรือดำเนินการในขั้นแตกหัก เพราะจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง เชื่อว่าพล.อ.อนุพงษ์มีความตั้งใจ และแนวทางการดำเนินการแล้ว นายประดิษฐ์ กล่าวถึงกรณีที่หลายกลุ่มต้องการให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวจากรัฐบาล ว่า ขณะนี้รัฐบาลมองว่าได้ทำตามขั้นตอนถูกต้องทุกอย่าง แต่อีกฝ่ายหนึ่งทำผิดขั้นตอน ขณะที่นักวิชาการและองค์กรต่างๆ ก็มีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ คิดว่าคนไทยทุกคนต้องรับผิดชอบ จึงจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ เมื่อถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังจับมือกับพรรคพลังประชาชนต่อไปใช่หรือไม่ นายประดิษฐ์ กล่าวว่า ที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาลเห็นว่า ต้องแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน ดังนั้น จึงไม่อยากให้มองอะไรในแง่ร้าย และเมื่อผบ.ทบ.ลงมาช่วยแก้ปัญหาก็ต้องมองว่าจะแก้ปัญหาได้ 5 เครือข่ายองค์กรสังคมเรียกร้อง"หมัก"ลาออกหรือยุบสภา นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ อดีต ส.ว.กทม.ในฐานะเลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก เปิดเผยว่า กลุ่มองค์กร 5 เครือข่ายสังคม ด้านเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ ครอบครัว และคนพิการ ซึ่งมีสมาชิกกว่า 96 องค์กร ได้เฝ้าดูสถานการณ์การเมืองอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งนายกรัฐมนตรี ออกประกาศพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ทางองค์กร 5 เครือข่ายขอเรียกร้องให้รัฐยุติความรุนแรงไม่ให้ประชาชนเกิดความกระทบกระทั่งจนนำไปสู่การปะทะกัน และขอเรียกร้องให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี รับผิดชอบด้วยการลาออก หรือ ยุบสภา เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน ซึ่งข้อเรียกร้องขององค์กรหากรัฐบาลหรือนายกฯไม่ดำเนินการการทางองค์กรเครือข่ายจะเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายวัลลภ กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้นายกฯต้องลาออก หรือไม่ก็ยุบสภา แต่ก็เชื่อว่า นายกฯที่ชื่อนายสมัคร คงไม่เลือกตายเดี่ยว ถ้าจะตาย นายกฯก็คงเลือกยุบสภา มากกว่าคือ ให้ตายกันทั้งหมด ส่วนกรณีที่มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยมอบให้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด เป็นการโยนเผือกร้อนให้กับพล.อ.อนุงพษ์ ไปเต็ม ๆ ซึ่การกระทำของนายกฯเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว คือ ปัดการแก้ปัญหาให้ พล.อ.อนุพงษ์ และยืมมือทหารในการปราบม็อบๆ ยังดีที่พล.อ.อนุพงษ์ แถลงข่าวว่า จะไม่ใช่ความรุนแรงในการสลายม็อบ เป็นลักษณะประคองตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ อย่างไรก็ตามการกระทำของนายกฯครั้งกลับทำให้ประชาชนเข้ามาร่วมกับม็อบมากขึ้น "สัจจานุภาพ"มีมติถอนตัวพรรคร่วม เผยถก"สุวิทย์"แล้ว ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 กันยายน น.พ.แวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.นราธิวาส กลุ่มสัจจานุภาพ พรรคแผ่นดิน แถลงร่วมกับ ส.ส.ในกลุ่มถึงจุดยืนทางการเมืองภายหลังนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีประกาศใช้พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินว่า กลุ่มสัจจานุภาพไม่เห็นด้วยกับการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว เพราะจากที่ได้ประกาศใช้กฎหมายนี้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นได้ก่อความรุนแรงเพิ่มขึ้นมาก อีกทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ละเมิดสิทธิพื้นฐานของประชาชนแต่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำความผิดไม่ได้รับโทษทางแพ่งและทางอาญา ทางกลุ่มจึงมีมติจะเสนอความเห็นนี้กับที่ประชุมพรรคเพื่อให้ถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล อย่างไรก็ตามเราคงต้องเรียกร้องรัฐมนตรีในโควต้าของพรรคถอนตัวออกจากการเป็นพรรคร่วม โดยมตินี้ได้หารือกับนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินแล้วและนายสุวิทย์ก็เห็นด้วยที่จะต้องออกจากเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ร่วมครม. อีกทั้งนายสุวิทย์ยังเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 5 พรรคได้ทบทวนการจะอยู่ร่วมกับพรรคพลังประชาชนต่อไปด้วย "นิรโทษกรรมสากล" ร้องไทยเคารพเสรีภาพแสดงความเห็น มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวเอพี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 ก.ย. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ องค์การนิรโทษกรรมสากลได้แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกข้อห้ามเรื่องเสรีภาพในการแสดงความเห็น ที่ระบุไว้ในข้อกำหนดของประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตกรุงเทพมหานคร และเรียกร้องว่ารัฐบาลไม่สมควรใช้ข้อกำหนดนี้ เพื่อล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนในด้านอื่นๆ นายเบนจามิน ซาวัคคี นักวิจัย กล่าวว่า กฏหมายระหว่างประเทศให้สิทธิ์แก่ประชาชนที่จะแสดงความคิดเห็นได้ แม้ในช่วงที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน อธิการบดีมรัฐ21 แห่งลงมติให้"หมัก"ยุบสภา เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 2 กันยายน 2551 ที่โรงแรมสยามซิตี้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรัฐ 21 แห่งประชุมในนาม ทปอ. จากนั้นนายมณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ประธานในที่ประชุมพร้อมด้วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยรัฐหลายแห่ง เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงแถลงว่า ที่ประชุมมีมติร่วมกันให้เสนอแนวทางต่อนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขวิกฤตชาติ ได้แก่ 1.ขอเรียกร้องให้นายกฯเสียสละด้วยการยุบสภาทันทีเพื่อระงับความวุ่นวาย 2.ขอให้นายกฯ และ ครม.ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะส่งผลกระทบต่อสภาพสังคมและเศรษฐกิจ ปชป.แถลงอัด"หมัก"รุนแรงชี้ประวัติการเมืองอันตราย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เรียกประชุมแกนนำและส.ส.ของพรรคเป็นการด่วน เพื่อหารือถึงสถานการณ์ดังกล่าวและกำหนดท่าทีของพรรค ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช โดยใช้เวลาประชุมนาน 3 ชั่วโมง จากนั้น นายอภิสิทธิ์ แถลงผลการประชุม ว่า พรรคได้ติดตามสถานการณ์และรับทราบข้อเท็จจริงต่างๆ รวมถึงการตัดสินใจของรัฐบาลที่ประกาศ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เราจึงขอแสดงท่าทีและจุดยืน ผ่านแถลงการณ์ ดังนี้ 1.เราขอแสดงความเสียใจกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น กับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมถึงครอบครัวของบุคคลเหล่านี้ ตนถือว่าการสูญเสียของทุกคนคือการสูญเสียของคนไทย ไม่ว่าจะเป็น นปช.หรือพันธมิตรฯ และพรรคจะติดตามว่าคนเหล่านี้ได้รับการดูแล การชดเชย หรือการเยียวยาตามที่ควรจะเป็นหรือไม่ "ผมอยากจะถามนายกฯ ว่าที่ท่านได้ปฏิเสธข้อเสนอต่างๆ ของเรา และบอกว่าจะตัดสินใจแบบของท่านเพื่อรักษาบ้านเมือง อยากจะถามว่านี่หรือการรักษาบ้านเมืองของท่านที่นำให้คนไทยต้องมาปะทะกันถึงขั้นฆ่ากันตาย และเราทราบว่ายังมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่กำลังเดินทางเข้ามาและพร้อมจะมีการใช้ความรุนแรง"นายอภิสิทธิ์ กล่าว 2.พรรคยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงทุกประเภท แต่ไม่ได้ปฏิเสธสิทธิการชุมนุมของกลุ่มใด แต่จะต้องเป็นลักษณะต่างคนต่างชุมนุม ไม่ใช่มีเจตนาทำร้ายอีกฝ่าย ขณะเดียวกัน ทั้ง 2 ฝ่ายต้องไม่มีการยั่วยุให้เกิดความรุนแรง 3.จากการติดตามและประมวลข้อมูลทั้งหมด เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่อุบัติเหตุหรือเรื่องบังเอิญ แต่เป็นการจงใจของผู้มีอำนาจที่ต้องการนำบ้านเมืองมาสู่จุดนี้ เพื่อสร้างเงื่อนไขนำไปสู่การประกาศภาวะฉุกเฉิน และนำไปสู่จุดหมายอื่นต่อไปตามความต้องการของผู้มีอำนาจ ซึ่งพรรคมีข้อมูลหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความเคลื่อนไหวของคนในรัฐบาล ทั้งระดับรัฐมนตรี ส.ส. และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับแกนนำรัฐบาล อาจรวมถึงตัวนายกรัฐมนตรีด้วยที่สนับสนุนให้ประชาชนเดินทางเข้ามาเพื่อให้เกิดการเผชิญหน้ากัน และมีการปลุกระดมในที่ชุมนุมอย่างชัดเจนให้ออกมาร่วมเคลื่อนไหว แม้กระทั่งมีการให้รางวัลแก่ผู้ที่สามารถกระทำการที่นำไปสู่ความรุนแรงต่ออีกฝ่ายได้ "ใครก็ตามที่ติดตามประวัติของนายกฯคนนี้จะไม่รู้สึกแปลกใจใดๆ เลย ใครที่สงสัยในวันที่นายกฯเข้าสู่ตำแหน่งและมีการรื้อฟื้นเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ขึ้นมา โดยมีการตั้งข้อสงสัยและห่วงใยไปถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งวันนี้ก็ประกาศชัดเจนแล้วว่าถ้ามีนายกฯ ที่มีประวัติและท่าทีเช่นนี้ บ้านเมืองจะเข้าสู่วิกฤติแน่นอน ในอารยประเทศ ถ้ามีการบริหารประเทศผิดพลาดและจงใจให้เกิดเหตุร้ายแรงเช่นนี้ จะต้องมีการแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองและทางกฎหมายด้วย ปัญหาของบ้านเมืองวันนี้ ผมไม่รู้จะเรียกร้องอะไรจากนายกฯได้อีก เพราะท่านไม่ใช้เหตุผล ไม่ใช้สติ เรียกร้องอะไรไปก็ไม่เกิดผล แต่ขอย้ำว่าสังคมที่มีวัฒนธรรมทางการเมืองที่เจริญแล้ว ความรับผิดชอบอยู่ที่นายกฯเต็มๆ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว 4.การที่นายกฯมอบหมายอำนาจให้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) รับผิดชอบนั้น ตนเห็นว่า ผบ.ทบ.กำลังถูกวางตัวให้เป็นเหยื่อรายต่อไปของนายกฯ เพราะถ้า ผบ.ทบ.ดำเนินการแล้วเกิดความรุนแรงขึ้น ตนมั่นใจว่านายกฯจะโยนความผิดให้ผบ.ทบ. โดยอ้างว่ามอบอำนาจทางกฎหมายให้แล้ว ในทางกลับกัน ถ้าผบ.ทบ.ไม่ดำเนินการหรือไม่สนใจ ปล่อยให้เหตุการณ์เกิดความร้ายแรงต่อไป นายกฯก็จะดำเนินการกับผบ.ทบ.ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ จึงขอเรียกร้องให้ผบ.ทบ.ยืนอยู่ข้างประเทศชาติและประชาชน การคลี่คลายสถานการณ์ฉุกเฉินในขณะนี้ต้องคำนึงถึงความละเอียดอ่อนในสถานการณ์ความขัดแย้ง เพราะไม่ใช่เป็นการประกาศภาวะฉุกเฉินจากภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ หรือจากการกระทำของกลุ่มใดที่ไม่สามารถควบคุมการกระทำของตัวเองได้ แต่เป็นความขัดแย้งทางการเมืองที่โยงใยถึงผู้มีอำนาจเข้ามายุยงส่งเสริม นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ดังนั้น ผบ.ทบ.ต้องแสดงให้คนไทยเห็นว่าจะใช้อำนาจอย่างมีสติ และห่วงใยชีวิตของทุกคน รวมถึงจะไม่ใช้ความรุนแรง และใช้อำนาจที่มีเปิดการเจรจาเพื่อหาทางออกและเอาความเป็นธรรมกลับคืนสู่สังคม เช่น การมอบอำนาจให้จัดการกับสื่อมวลชนที่ยั่วยุ ขอให้เริ่มต้นจากสื่อของรัฐก่อน ถ้าต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์ร่วมคลี่คลายปัญหาในเรื่องใด พรรคพร้อมให้ความร่วมมือ อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้น เรื่องสำคัญที่สุด คือ ต้องไม่ให้สถานการณ์บานปลาย และต้องใช้การเจรจาเป็นทางออกที่ดีที่สุด คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) นำโดยนายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดี รองอธิการบดี 10 คน คณบดี 20 คน ผู้อำนวยการสำนักและผู้อำนวยการสถาบัน 12 คน รวมจำนวน 42 คน ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์เรียกร้องให้ทหารและตำรวจงดเว้นการใช้กำลังและใช้ความรุนแรงใดๆ ต่อผู้ชุมนุมทุกฝ่าย ขอให้ทุกฝ่ายยุติการยั่วยุให้เกิดความรุนแรง ขอให้นายกรัฐมนตรีเสียสละให้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นใหม่ เพื่อให้เวลาและให้โอกาสแก่สังคมไทยในการเยียวยาความเสียหาย องค์กรเอกชน-นักวิชาการทั่วประเทศแถลงการณ์ต้านพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขณะเดียวกัน 31 คณาจารย์ มธ. จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ศิลปากร นเรศวร สุโขทัยธรรมาธิราช, คณาจารย์ 30 คนของคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ, คณาจารย์มหาวิทยาลัยรังสิต, เครือข่ายทันตแพทย์เพื่อประชาธิปไตย นำโดยทันตแพทย์ไพศาล กังวลกิจ, มูลนิธิ 14 ตุลาฯ นำโดย นพ.วิชัย โชควิวัฒน, ชมรมแพทย์ชนบท นำโดย นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ, ภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน, คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กรเครือข่าย, เครือข่ายประชาสังคมเพื่อความสมานฉันท์ภาคเหนือ 72 องค์กร นำโดยนายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ฯลฯ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียกเลิกประกาศ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และขอให้เสียสละด้วยการลาออกหรือยุบสภาอย่างใดอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย, ชมรม ส.ส.ร. 50, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน, สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โดยนางชมัยพร แสงกระจ่าง นายกสมาคม, คณาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ นำโดยนายสุริชัย หวันแก้ว, เครือข่ายสังคมไทยพร้อมใจปฏิเสธความรุนแรง นำโดยนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล, สภาทนายความไทย ออกแถลงการณ์ขอให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในแนวทางสันติวิธี ละเว้นการใช้วิธีการใดๆ ที่เป็นเงื่อนไขนำไปสู่ความรุนแรง ส่วนเครือข่ายคนทำงานด้านสิทธิมนุษยชน นำโดยนางทิชา ณ นคร ออกจดหมายเปิดผนึกถึงคุณหญิงสุรัตน์ สุนทรเวช และครอบครัวแนะนำให้นายสมัครลาออกหรือยุบสภา นอกจากนี้ รศ.ดร.บุญสม ศิริบำรุงสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับตัวแทนนักศึกษาและคณาจารย์ แถลงให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยเร็ว และขอให้ผู้นำรัฐบาลพิจารณาลาออก หรือยุบสภา ที่มหาวิทยาลัยพายัพ จ.เชียงใหม่ เครือข่ายประชาสังคมเพื่อความสมานฉันท์ภาคเหนือ จำนวน 72 องค์กร ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นายสมัครลาออกจากนายกฯ และยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีกด้านหนึ่ง รศ.ดร.วรพล พรหมิกบุตร ตัวแทนนักวิชาการเพื่อประชาธิปไตยและสันติวิธี ออกแถลงการณ์ชื่นชมรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ร่วมกันคลี่คลายสถานการณ์ด้วยความอดทนในการใช้แนวทางสันติวิธีต่อผู้ชุมนุม ส่วนองค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทยออกแถลงการณ์สนับสนุนให้กำลังใจรัฐบาล | |
.....มติชน | |