กลุ่มสตรีผู้สูงศักดิ์เรียกร้อง ทักษิณเปิดผู้มีบารมีคือใคร


          กลุ่มสตรีผู้สูงศักดิ์ติง "ทักษิณ" อย่าจาบจ้วง ดึงฟ้าลงต่ำ ประชาชนเชื่อสูงกว่า "ป๋าเปรม"  จี้ให้ออกมาชี้แจงโดยเร็วใครคือผู้มากบารมี หากไม่ตอบจะกดดันอย่างต่อเนื่อง แกนนำพันธมิตรหารือชุมนุมใหญ่ “อมร”ปูด "ทักษิณ"  ดึงรากหญ้าเปลียนแปลงประเทศ กลิ่นคาวเลือดคุ้งหากไม่หยุดทำเพื่อจะอยู่ในอำนาจได้นานที่สุด
          เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 3 ก.ค.ที่ร้านโออล์เล้ง ย่านอาร์ซีเอ กลุ่มสตรีชั้นสูงของสังคม นำโดย ม.ร.ว.รำพิอาภา เกษมศรี หม่อมหลวงอุบล นิลอุบล นางสุมาลี วีระไวทยะ และนางปราไพ ปราสาททองโอสถ ได้ตั้งชมรมเพื่อความจริง และร่วมกันแถลงข่าวเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนากยกรัฐมนตรี เปิดเผยความจริงว่าผู้มากบารมีและอยู่เหนือรัฐธรรมนูญทำลายประชาธิปไตยคือใคร หากปล่อยให้ประชาชนตีความกันไปเองอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งและส่งผลให้เกิดความแตกแยกในประเทศชาติได้ ทั้งนี้ได้มีสตรีชั้นสูงหลายตระกูลทั้งตระกูลวรวรรณ ตระกูลสวัสดิวัสดิ์และแกนนำพันธมิตร ร่วมให้กำลังใจด้วย
          ม.ร.ว.รำพิอาภา กล่าวว่า ที่ออกมาเรียกร้องในฐานะเป็นคนไทยที่รักแผ่นดินเกิดที่อยากจะรู้ว่าใครที่เหนือรัฐธรรมนูญและเพลงที่ร้องคือเพลงอะไร ต้องถาม พ.ต.ท.ทักษิณว่าพูดอะไร ประชาชนทุกคนห่วงประเทศชาติ และมีความเป็นห่วงว่าทำไมประชาชนที่มีสิทธิออกเสียงเท่ากันทุกคนแต่คนชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ซึ่งเราให้เกรียติตลอดหากไม่มีพวกเขาเราก็ไม่ได้กินข้าว แต่พวกนี้ไม่ค่อยเข้าใจประชาธิปไตย เพราะการศึกษาไม่มี
          "ไม่ได้โทษเพราะชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ที่ไม่มีสื่อที่ดีให้ได้รับรู้เรื่องราวเท่าทัน จึงเลือกเพราะเงิน ซึ่งพวกเราเป็นห่วงและต้องการให้ท่านมีความเย่อหยิ่งอยู่ได้ด้วยการทำมาหาเลี้ยงชีพตัวเอง ซึ่งหากการศึกษาลงไปมากกว่านี้คนเหล่านี้คงไม่เลือกเพราะเงิน จึงต้องการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาพูดให้ชัดเจน ให้โป่งใสว่าใครที่ทำลายประชาธิปไตยทำลายรัฐบาล ซึ่งประชาชนมีสิทธิที่จะรู้จะวิพากษ์วิจารณ์ได้เพราะประเทศไทยไม่เคยมีการปกครองแบบเผด็จการ แม้นว่าดิฉันอยู่เมืองนอกมา 30 ปีกว่า แต่รักแผ่นดินไทยมาก พวกเราจะจับตามอง พ.ต.ท.ทักษิณ ถ้าท่านไม่ตอบจะมีมาตรการอื่นๆออกมาเรื่อยๆ" ม.ร.ว.รำพิอาภา กล่าว
          หม่อมหลวงอนงค์ กล่าวว่า ขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ มาดูพลังประชาชนที่รักประเทศชาติ เราเป็นคนไทยต้องทำหน้าที่ทุกคนรู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก พวกเรามีวุฒิภาวะแยกแยะได้ พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสที่ตนยึดถือเป็นปฏิธานตลอดมาว่า”เลือกคนดีเข้าไปอย่าให้คนชั่วมาปกครองเรา” ซึ่งเป็นสัจจะธรรมที่แท้จริง หากใครละเลยไม่ทำหน้าที่พลเมืองดีก็ไม่รู้ว่าเป็นคนอะไร ซึ่งที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ พูดพร่อยๆไม่สมควรอยู่เรื่อยๆ และให้มีการทายผิดทายถูก ซึ่งคนที่เป็นผู้นำต้องมีความรับผิดชอบในคำพูดตนเอง รับผิดชอบต่อประเทศชาติ ต่อประชาชน ทุกอย่างต้องโปร่งใส เรียกร้องให้ลาออกคงไม่ออก เพราะไล่ทุกวันยังไม่ยอมลาออก จะทำอย่างไรเราต้องร่วมตัวกันถามเสียงดังๆฝากสื่อไปถามว่าเมื่อไหร่จะลาออก
          นางปราไพ กล่าวว่า การพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีโพยล่วงหน้าไม่ใช่พูดโดยไม่ใช่สมอง การพูดจาบจ้วงไม่สมควร ซึ่งประชาชนจำนวนมากตีความกันไปมากเกินกว่า พล.อ.เปรม ติณสูญลานนท์ ประธานองค์มนตรีและรัฐบุรุษ แล้วขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาบอกให้ชัดเจนว่าคือใคร หากไม่มีเจตนาจาบจ้วงเบื้องสูง ขอร้องว่าอย่าดึงฟ้ามาต่ำ เพราะการพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ แสดงให้เห็นว่าไม่มีสมอง แล้วจะปล่อยให้คนอย่างนี้มาบริหารประเทศชาติได้อย่างไร ซึ่งยังมาบอกให้ประชาชนอย่าวิเคราะห์ให้ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา คนไทยไม่ใช่คนไม่มีสมอง คนไทยทุกคนรักประเทศชาติ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ถ้ามีความสมบูรณ์ด้วยสมองและจิตใจ ต้องออกมาบอกให้ประชาชนคลายความสงสัย
          “วันนี้ที่เรามาแถลงที่ร้านนี้เพราะทั้งโรงแรม ร้านอาหารชั้นนำ ปฏิเสธไม่ให้เราใช้สถานที่ พวกเราไม่กลัวตาย ไปตายที่ไหนก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ทุกเมื่อ ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการเจอพวกเราเพื่อชี้แจงว่าเป็นใคร ที่ไหนก็ได้เรายินดีให้โอกาส แต่ถ้าไม่มีคำตอบจะกดดันไปเรื่อยๆ “นางปราไพ กล่าว
          ด้านนางสุมาลี กล่าวว่า หากปล่อยให้คนไทยตีความกันไปก็จะต้องตีกันเอง พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องออกมาแถลงให้ชัดเจนว่าใครและรับผิดชอบต่อคำพูด และขอให้ประชาชนไทยทุกคนหยุดคิดว่าควรจะลุกขึ้นมาถามความรับผิดชอบจากรักษาการนายกฯคนนี้ เพราะขณะนี้ประชาธิปไตยไม่มีประสิทธิภาพ รัฐบาลรักษาการจึงไม่เคารพประชาชน จะต้องออกมาอธิบายไม่ใช่มีเงินอำนาจจะทำได้ทุกอย่าง ให้พ.ต.ท.ทักษิณรู้สำนึกตัวว่าเป็นคนรับใช้ประชาชน ไม่ใช่ซีอีโอ ของบริษัทในเครือของตระกูลทุกวันนี้กินเดือนซึ่งเป็นเงินของประชาชนอยู่
          ต่อจากนั้นแกนนำพันธมิตร นำโดยนายสุริยะใส กตะศิลา โฆษกพันธมิตร นายการุณ ใสงาม รักษาการ ส.ว.บุรีรัมย์ และนายอมร อมรรัตนานนท์ ได้เดินทางมาให้กำลังใจด้วย นายสุริยะใส กล่าวว่า มีความดีใจที่กลุ่มผู้สูงศักดิ์ของสังคมออกมาแสดงพลังเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดความจริง ซึ่งแกนนำพันธมิตร จะนัดประชุมที่ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา วันที่ 4 ก.ค. ตั้งแต่เวลา 10.00-12.00 น.เพื่อเสวนาในหัวข้อ”บทบาทสำนักงานตำรวจแห่งชาติรับใช้ทักษิณ” เนื่องจากคดีที่กลุ่มพันธมิตรแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งหมด 15 คดีไม่ได้รับความเอาใจใส่ในการสอบสวนเอาผิดจากเจ้าพนักงานสอบสวนเลย
          "ดังนั้น แกนนำทั้ง 5 คนจะไม่ไปมอบตัวในวันที่ 5 ก.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งความดำเนินคดีข้อหาล้มล้างประชาธิปไตย จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมพวกเราได้เลย จะไม่ขัดขืน เพราะการเคลื่อนไหวของพวกเราโดยสันติวิธีเพื่อปกป้องประชาธิปไตย และในวันที่ 7 ก.ค. 5แกนนำพันธมิตร จะหารือกันที่บ้านพระอาทิตย์เพื่อนัดชุมนุมใหญ่ล้มล้างระบอบทักษิณ" นายอมร กล่าวและว่า
          ขณะนี้ กุนซื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ให้ ส.ส.อีสานลงพื้นที่เพื่อเกลี้ยกล่อมชาวบ้านว่าระหว่างผู้มากบารมีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ใครทำประโยนช์ให้คนจนได้มากกว่ากันและประเทศไทยจะเหมือนกับประเทศเนปาลในอนาคตหากปล่อยให้มีผู้มากบารมีมาทำลายประธิปไตย ฝากเตือนประชาชนอย่าหวั่นไหวไปกลับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่คนกล้า ไม่ใช่ของแท้ ทุกอย่างทำเพื่อตัวเอง ซึ่งตนเห็นว่าหากปล่อยให้เหตุการณ์เป็นอย่างนี้ กลิ่นคาวเลือดต้องเกิดขึ้นบนแผ่นดินไทยอีกครั้งแน่นอน ขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หยุดการเปิดประเด็นขับดันยุทธการใหญ่เพื่อต้องการให้ตนเองอยู่ในอำนาจนานที่สุด โดยไม่คิดถึงความขัดแย้งจนเกิดการแบ่งแยกระหว่างคนในชาติ


.....คมชัดลึก