|
๑.
อำนาจในการตรากฎหมาย
๑.๑ การตราพระราชบัญญัติ คือ
กระบวนการหรือขั้นตอนในการเสนอและการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย
๑.๑.๑ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ก.
ผู้มีสิทธิเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
- คณะรัฐมนตรี
-
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐
ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร
หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐
ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
- ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา
หรือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
ซึ่งประธานศาลและประธานองค์กรนั้นเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้น
ข.
การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและให้ความเห็นชอบก่อน
จากนั้นจึงให้วุฒิสภาพิจารณาและให้ความเห็นชอบต่อไป
เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ
ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย
ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญก่อน
ซึ่งต้องกระทำให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง
หากเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อความไม่ขัดหรือแย้งต่อ รัฐธรรมนูญ
ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ
ถวายพระมหากษัตริย์เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป
แต่ถ้ามีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
ให้ข้อความที่ขัดหรือแย้งนั้นเป็นอันตกไป
ในกรณีที่วินิจฉัยว่าข้อความดังกล่าวเป็นสาระสำคัญหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
ให้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ นั้นเป็นอันตกไป
๑.๑.๒ พระราชบัญญัติ
ก.
ผู้มีสิทธิเสนอร่างพระราชบัญญัติ
- คณะรัฐมนตรี
-
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า ๒๐ คน
โดยไม่ต้องให้พรรคการเมือง
ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นสังกัดมีมติให้เสนอได้
-
ศาลหรือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
เฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดองค์กรและกฎหมายที่ประธานศาลและประธานองค์กรนั้นเป็นผู้รักษาการ
-
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ คน
ข. การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ
ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและให้ความเห็นชอบก่อน
จากนั้นจึงให้วุฒิสภาพิจารณาและให้ความเห็นชอบต่อไป
เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ
ถวายพระมหากษัตริย์เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป
๑.๒ การอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกำหนด พระราชกำหนดคือ
กฎหมายที่พระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้นให้ใช้บังคับเช่นเดียวกับพระราชบัญญัติ
โดยคำแนะนำของคณะรัฐมนตรี
หลังจากใช้บังคับแล้วให้นำเสนอต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติต่อไป
๑.๓ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
๑.๓.๑ ผู้มีสิทธิเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติม
- คณะรัฐมนตรี
-
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ใน ๕ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด
เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร
-
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕
ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
-
ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ คน
ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย
๑.๓.๒ การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม
ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา โดยพิจารณาเป็น ๓ วาระ คือ
วาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการ
ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผยและต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
วาระที่ ๒ ขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา
โดยให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ เมื่อการพิจารณาวาระที่ ๒
เสร็จสิ้นแล้ว ให้รอไว้ ๑๕ วัน
เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้รัฐสภาพิจารณาในวาระที่ ๓ ต่อไป
วาระที่ ๓ ขั้นสุดท้าย
ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผยและต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว
ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ
ถวายพระมหากษัตริย์เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อใช้บังคับต่อไป
๒.
อำนาจในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน
๒.๑ การตั้งกระทู้ถาม
การตั้งกระทู้ถาม คือ
คำถามที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภาตั้งถาม
รัฐมนตรีในเรื่องใด ๆ อันเกี่ยวกับงานในหน้าที่ได้
และนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีต้องเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาเพื่อชี้แจงหรือตอบกระทู้ถามในเรื่องนั้นด้วยตนเอง
เว้นแต่มีเหตุจำเป็นไม่อาจเข้าชี้แจงหรือตอบกระทู้ได้
ต้องแจ้งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือประธานวุฒิสภาทราบก่อนหรือในวันประชุมสภาในเรื่องดังกล่าว
๒.๒ การเสนอญัตติ
ญัตติ คือ ข้อเสนอใด ๆ
ที่มีความมุ่งหมายเพื่อให้สภาลงมติหรือวินิจฉัยชี้ขาดว่าจะให้ปฏิบัติอย่างไร
๒.๒.๑ การเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป
เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า
๑ ใน ๕ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร
มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป
เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายก รัฐมนตรี
๒.๒.๒
การเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็น
รายบุคคล
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า
๑ ใน ๖ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฏร
มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ
รัฐมนตรีเป็นรายบุคคล
๒.๒.๓
การเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี
ในกรณีมีจำนวนไม่ถึงเกณฑ์ตาม ๒.๒.๑ หรือ ๒.๒.๒
กรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งสังกัดพรรคที่สมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่ง
รัฐมนตรีมีจำนวนไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเสนอตาม ๒.๒.๑ หรือ ๒.๒.๒
ได้ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดังกล่าวมีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลได้
เมื่อคณะรัฐมนตรีบริหารงานมาแล้วเกินกว่า ๒ ปี
๒.๒.๔ ญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ
คณะกรรมาธิการ คือ
บุคคลที่สภาแต่งตั้งขึ้นประกอบเป็นคณะกรรมาธิการ
เพื่อให้พิจารณากฏหมาย หรือกระทำกิจการใด ๆ
อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาแล้วรายงานต่อสภา
สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีอำนาจเลือกสมาชิกของแต่ละสภาตั้งเป็นคณะกรรมาธิการสามัญและมีอำนาจเลือกบุคคลผู้เป็นสมาชิกหรือมิได้เป็นสมาชิกตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อกระทำกิจการพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใด
ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภา แล้วรายงานต่อสภา
๓.
สิทธิเข้าชื่อเพื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔
ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร
มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานวุฒิสภา
เพื่อให้วุฒิสภามีมติถอดถอนนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี
สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร สมาชิกวุฒิสภา ฯลฯ ออกจากตำแหน่งได้
๔.
อำนาจในการควบคุมการตรากฎหมายที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา
หรือสมาชิกของทั้งสองสภารวมกันจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐
ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่ รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว
ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ
เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ
ให้เสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา
หรือประธานรัฐสภาแล้วแต่กรณี
เพื่อส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย
๕.
อำนาจในการให้ความเห็นชอบ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
และสมาชิกวุฒิสภาสามารถพิจารณาให้ความเห็นชอบในเรื่องดังต่อไปนี้ในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้
คือ
๑. การให้ความเห็นชอบในการสืบราชสมบัติ
๒.
การให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
๓.
การให้ความเห็นชอบในการปิดสมัยประชุมสามัญก่อนครบกำหนดเวลา ๑๒๐
วัน
๔. การให้ความเห็นชอบในการประกาศสงคราม
๕. การให้ความเห็นชอบในการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ
ฯลฯ
|