English
Untitled Document
  ค้นหา :
 ปฏิทินกิจกรรม
วีดิทัศน์รัฐสภา

กิจกรรมรัฐสภาสัญจร ปี 2557

  • กิจกรรมรัฐสภาสัญจร ปี 2557
  • เสวนาการประกวดวรรณกรรมการเมืองรางวัลพานแว่นฟ้า
  • กีฬา "ภาคีนิติสัมพันธ์ ครั้งที่ 12"
  • สำนักงานรัฐสภาประจำจังหวัด
  • เพลง "กษัตริย์แห่งประชาธิปไตย"
  •  ดูทั้งหมด
    จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
     
    ...ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ "รัฐสภาคู่ประชาชน"...
     

     
    ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง
    ว่าด้วยวิธีปฏิบัติในการจัดให้มีการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย
    และหลักเกณฑ์การขอใช้สิทธิเข้าชื่อนอกเขตและการตรวจสอบ พ.ศ. ๒๕๔๒
              
               อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐ (๑๑) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

               ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีปฏิบัติในการจัดให้มีการเข้าชื่อเสนอกฎหมายและหลักเกณฑ์การขอใช้สิทธิเข้าชื่อนอกเขตและการตรวจสอบ พ.ศ. ๒๕๔๒”

               ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

               ข้อ ๓ ในระเบียบนี้
                 “ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” หมายความว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
                 “จังหวัด” หมายความรวมถึง กรุงเทพมหานคร
                 “ศาลากลางจังหวัด” หมายความรวมถึง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
                 “ที่ว่าการอำเภอ” หมายความรวมถึง สำนักงานเขตและที่ว่าการกิ่งอำเภอ
                 “สำนักงานเทศบาล” หมายความรวมถึง ศาลาว่าการเมืองพัทยา

    หมวด ๑
    การยื่นคำขอ

                ข้อ ๔ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีจำนวนตั้งแต่หนึ่งร้อยคนขึ้นไปประสงค์จะขอให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งดำเนินการจัดให้มีการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องตามข้อ ๕ ต่อประธานกรรมการการเลือกตั้ง ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือจะยื่น ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดก็ได
                ในกรณียื่นคำขอ ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดส่งคำขอพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องตามข้อ ๕ ไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอตามวรรคหนึ่งเป็นผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย

                ข้อ ๕ ในการยื่นคำขอตามข้อ ๔ ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทำคำขอตามแบบ ข.ช. ๑ พร้อมทั้งแนบเอกสารดังต่อไปนี้
                 (๑) ร่างพระราชบัญญัติที่จะเสนอให้รัฐสภาพิจารณา ซึ่งต้องมีหลักการเกี่ยวกับเรื่องที่ บัญญัติในหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย หรือหมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และต้องมีบันทึกหลักการและเหตุผลประกอบในการเสนอกฎหมาย รวมทั้งต้องมีบทบัญญัติแบ่งเป็นมาตราที่ชัดเจนเพียงพอที่จะเข้าใจได้ว่ามีความประสงค์จะตรากฎหมายในเรื่องใด และมีหลักเกณฑ์และวิธีการในการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายนั้นอย่างไร
                 (๒) สรุปสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติที่ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มีการ เข้าชื่อเสนอกฎหมาย
                 (๓) บัญชีรายชื่อผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายในฐานะของผู้ขอให้มีการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ซึ่งแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อ ที่อยู่ ลายมือชื่อของผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย และตัวแทนผู้ยื่นคำขอ (ข.ช. ๒)
                 (๔) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือหลักฐานอื่นใดตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๔๑ ของทุกคน
                 (๕) สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขอให้มีการเข้าชื่อเสนอกฎหมายทุกคน

                ข้อ ๖ เมื่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับคำขอตามข้อ ๔ แล้ว ห้ามมิให้ถอน การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย และให้เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารตามข้อ ๕ หากเห็นว่าถูกต้องให้แจ้งให้ตัวแทนผู้ยื่นคำขอทราบและส่งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยื่นคำขอตามข้อ ๔ ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเพื่อปิดประกาศตามแบบ ข.ช. ๓ ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน และ เขตชุมชนหนาแน่น เฉพาะในเขตท้องที่ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอกฎหมายตามข้อ ๔ มีชื่อในทะเบียนบ้าน เพื่อให้ผู้มีชื่ออยู่ในรายชื่อที่ประกาศแต่มิได้เป็นผู้ร่วมเข้าชื่อเสนอกฎหมายด้วยมีสิทธิยื่นหนังสือคัดค้านต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตามแบบ ข.ช. ๔ ภายในยี่สิบวันนับแต่วันปิดประกาศ
                หากมีผู้คัดค้านว่ามิได้ร่วมเข้าชื่อเสนอกฎหมายด้วย ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในห้าวันนับแต่วันได้รับหนังสือคัดค้านการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ด้วยการรวบรวมพยานบุคคลตั้งแต่สองคนเป็นอย่างน้อย หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้คัดค้านมิได้ร่วมเข้าชื่อเสนอกฎหมายจริง ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดขีดฆ่าชื่อผู้นั้นออกจากบัญชีรายชื่อตาม แบบ ข.ช. ๒
                แต่ถ้าข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้คัดค้านเป็นผู้ร่วมเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสั่งจำหน่ายหนังสือคัดค้านในแบบ ข.ช. ๔ และแจ้งให้ผู้คัดค้านทราบภายในสามวันนับแต่วันพ้นระยะเวลาตามวรรคสอง

                ข้อ ๗ เมื่อพ้นระยะเวลาคัดค้านตามข้อ ๖ แล้ว ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำ จังหวัดเฉพาะจังหวัดที่มีการประกาศรายชื่อเพื่อแจ้งการคัดค้านรายชื่อ รายงานผลการคัดค้านต่อเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งภายในเจ็ดวันนับแต่พ้นกำหนดเวลาดังกล่าวตามแบบ ข.ช.๕

                ข้อ ๘ เมื่อเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับรายงานตามข้อ ๗ ถ้าปรากฏ ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่แจ้งความประสงค์ตามข้อ ๔ มีจำนวนตั้งแต่หนึ่งร้อยคนขึ้นไปให้เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อรับคำขอไว้พิจารณา แต่ถ้าปรากฎว่ามีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อยคนให้เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งให้ตัวแทนผู้ยื่นคำขอทราบโดยเร็ว ตามแบบ ข.ช. ๖ และเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อมีคำสั่งจำหน่ายเรื่องเสีย

    หมวด ๒
    การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย

                ข้อ ๙ เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาเห็นว่าการเข้าชื่อเสนอกฎหมายถูกต้องให้ประกาศกำหนดเวลาการเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามแบบ ข.ช. ๗ ซึ่งต้องมีระยะเวลาการเข้าชื่อเสนอกฎหมายไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน และให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจัดส่งประกาศ ดังกล่าวพร้อมด้วยร่างพระราชบัญญัติและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด

                ข้อ ๑๐ เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้รับเอกสารตามข้อ ๙ แล้ว ให้กำหนดสถานที่ลงชื่อสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ประสงค์จะร่วมเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามแบบ ข.ช. ๘ และให้ปิดประกาศกำหนดระยะเวลาการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย (ข.ช. ๗) และประกาศกำหนดสถานที่ ลงชื่อ (ข.ช. ๘) ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน และเขตชุมชนหนาแน่น พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบด้วย

                ข้อ ๑๑ เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ประสงค์จะร่วมเข้าชื่อเสนอกฎหมายแสดงตนพร้อมทั้งแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือหลักฐานอื่นใดตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๔๑ ต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตรวจสอบหลักฐานกับทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หากปรากฏชื่อว่าเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ให้ผู้นั้นกรอกข้อความและลงชื่อในแบบคำขอเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ตามแบบ ข.ช. ๙ หากไม่ปรากฏชื่อว่าเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ให้แจ้งผู้นั้นทราบทันที

    หมวด ๓
    การเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามถิ่นที่อยู่

                ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอตามข้อ ๔ ร้องขอตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วย การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๔๒ และคณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดให้มีการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในท้องถิ่นที่บุคคลนั้นมีถิ่นที่อยู่นอกเขตจังหวัดตามทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่นอกเขตจังหวัดและประสงค์จะร่วมเข้าชื่อเสนอกฎหมายมาแสดงตนพร้อมหลักฐานตามข้อ ๑๑ ต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดที่ตนมีถิ่นที่อยู่และลงชื่อตามแบบ ข.ช. ๑๐ แต่ทั้งนี้ต้องก่อนวันสุดท้ายของระยะเวลาเข้าชื่อเสนอกฎหมายที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดไม่น้อยกว่าสิบวัน

                ข้อ ๑๓ ภายในห้าวันนับแต่วันพ้นกำหนดตามข้อ ๑๒ ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตามข้อ ๑๒ แจ้งไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดที่ผู้เข้าชื่ออ้างว่ามีชื่ออยู่ในทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตจังหวัด เพื่อตรวจสอบว่ามีชื่อนั้นอยู่ในทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งจริงหรือไม่
                ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดที่ได้รับคำร้องขอให้ตรวจสอบตามวรรคหนึ่งดำเนินการตรวจสอบและแจ้งผลการตรวจสอบภายในห้าวันนับแต่วันที่ได้รับการร้องขอ

                ข้อ ๑๔ เมื่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตามข้อ ๑๒ ได้รับแจ้งผลการตรวจสอบตามข้อ ๑๓ วรรคสองแล้ว หากผลการตรวจสอบถูกต้องให้บันทึกผลการตรวจสอบในช่องหมายเหตุตามแบบ ข.ช. ๑๐ ว่า “ถูกต้อง” และลงลายมือชื่อกำกับไว้ในช่อง “หมายเหตุ” หากผลการตรวจสอบไม่ถูกต้องให้ขีดฆ่าชื่อผู้เข้าชื่อและบันทึกผลการตรวจสอบในช่องหมายเหตุตามแบบ ข.ช.๑๐ ว่า “ไม่ถูกต้อง” และลงลายมือชื่อกำกับไว้ในช่อง “หมายเหตุ”

    หมวด ๔
    การเสนอกฎหมายต่อรัฐสภา

                ข้อ ๑๕ ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดรวบรวมเอกสารเสนอต่อคณะกรรมการ การเลือกตั้งประจำจังหวัด เพื่อส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ภายในยี่สิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดระยะเวลาเข้าชื่อเสนอกฎหมายที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด

                ข้อ ๑๖ เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับเอกสารตามข้อ ๑๕ หากปรากฏว่ามีผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายครบห้าหมื่นคน ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรวบรวมเอกสารดังต่อไปนี้จัดส่งไปยังประธานรัฐสภาโดยเร็ว
                 (๑) ร่างพระราชบัญญัติและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
                 (๒) บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ตามแบบ ข.ช. ๙
                 (๓) บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอกฎหมายตามถิ่นที่อยู่ ตามแบบ ข.ช. ๑๐
                 ให้เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งตัวแทนผู้ยื่นคำขอทราบตามแบบ ข.ช. ๑๑ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบด้วย

                ข้อ ๑๗ ในกรณีที่มีผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายไม่ครบห้าหมื่นคน ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรายงานให้ประธานรัฐสภาทราบ เพื่อให้ประธานรัฐสภาสั่งจำหน่ายเรื่อง และให้เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งให้ตัวแทนผู้ยื่นคำขอทราบตามแบบ ข.ช. ๑๒ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบด้วย

    ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๔๒
    นายธีรศักดิ์ กรรณสูต
    ประธานกรรมการการเลือกตั้ง

    ข้อมูลการประชุมร้องเรียน / ร้องทุกข์ห้องข่าวหอสมุดรัฐสภาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่
    สโมสรรัฐสภาของที่ระลึกจากรัฐสภาบัญชีรายชื่อผู้แทนองค์กรเอกชนกระดานถาม-ตอบบันทึกบทความร้อยเรียงความประทับใจ
    ยุวชนประชาธิปไตยการแข่งขันตอบปัญหาความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาข้อมูลการปฏิบัติงานตามคู่มือมาตรฐานงานด้านวิชาการของสำนักกรรมาธิการชมรมกีฬายิงปืนข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนฯพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ
    โครงการสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษาโครงการปลูกพืชให้ช้าง สร้างอาหารให้สัตว์ป่า เฉลิมพระเกียรติติดต่อรัฐสภาความรู้ เรื่อง คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการฯข่าวรัฐสภาถึงประชาชน
    กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา